Daisy 38 ((NC - 17))

posted on 20 Aug 2007 18:00 by michan  in Daisy-Nc



ละอองแดดสีทองอบอวลไปทั่วบรรยากาศในยามเช้าของเมืองใหญ่ ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่อยู่เต็มถนน เสียงบีบแตรของรถยนต์กลายเป็นสิ่งที่ได้ยินกันจนชินหูตามสี่แยก หลายชีวิตกำลังเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส บนต้นไม้เขียวขจีครอบครัวนกกระจิบกำลังประสานเสียงร้องต้อนรับรุ่งอรุณอย่างเบิกบาน ในขณะที่เพื่อนนกตัวอื่นๆต่างพากันกางปีกโลดแล่นไปตามสายลม หยอกล้อกันเองผ่านจะงอยปากเล็กๆของมันก่อนจะร่อนตัวลงเกาะข้างหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นสภาพอันกว้างขวางภายในห้องได้

ผ้าม่านสีเข้มถูกเหน็บไว้อย่างเรียบร้อยบนตะขอข้างผนัง เช้าวันนี้เจ้าของห้องเลือกที่จะใช้แสงธรรมชาติของดวงตะวันแทนการเปิดไฟแบบที่ทำเป็นประจำ โต๊ะไม้ตัวยาวเพียบพร้อมไปด้วยเมนูอาหารเช้าแบบเกาหลี สำรับมากมายเรียงรายอยู่ในถ้วยกระเบื้องลายสวยส่งกลิ่นหอมยั่วยวนชวนหิวมาแต่ไกล ชายหนุ่มเดินไปหยิบแก้วและขวดน้ำมาวางก่อนจะตบท้ายด้วยตะกร้าผลไม้เป็นอันเสร็จสมบูรณ์สำหรับการจัดโต๊ะอาหาร เขาหันไปอุ้มแจกันดอกไม้ไว้ในอ้อมแขน ขยับเก้าอี้ให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่กลางห้อง กวาดตามองภาพโดยรวมอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและบรรยากาศตรงหน้าน่าจะทำให้คนรักของเขาประทับใจได้ไม่มากก็น้อย

ร่างสูงเหลือบตามองนาฬิกาในระหว่างที่ก้าวขาไปหาห้องนอนตัวเอง เข็มสั้นพาดกลางระหว่างเลขเจ็ดกับเลขแปดและนั่นทำให้เขาคิดว่าได้เวลาเหมาะสมแล้วที่จะเข้าไปปลุกนางฟ้าตัวน้อยเสียที มือเรียวเปิดประตูเข้าไปในห้องอย่างเงียบเสียง ย่องเบาๆไปนั่งคุกเข่าลงข้างเตียงด้านที่ร่างบางกำลังหลับใหลอยู่ นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองใบหน้าอ่อนวัยที่สวยสะกดราวต้องมนตร์ ปลายนิ้วสัมผัสแผ่วเบาไปตามพวงแก้มนวลพลางเลื่อนเสยปอยผมสีรัตติกาลเก็บเข้าข้างใบหู ริมฝีปากแดงอิ่มช่างดูเย้ายวนแม้ในยามนิทรา เขาหันไปวางแจกันใบใสไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะดึงเอาดอกเดซี่ออกมาหยอกล้อกับผิวขาว

"แจจุง~ เช้าแล้วน้า ..ตื่นได้แล้ว~" เสียงทุ้มเอ่ยพูดนุ่มนวล บรรจงไล้กลีบนิ่มไปตามแก้มนุ่มพร้อมกับกดเนินเกสรสีทองลงจุมพิตเบาๆบนสันจมูก คนตัวเล็กครางอื้อในลำคอแต่ก็ยังปิดเปลือกตาแน่นไม่ยอมตื่น ยุนโฮเห็นแบบนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้อีก

"แจจุงนี่ขี้เซาจัง~ ตื่นได้แล้วครับคนสวย~" จงใจเน้นสองพยางค์สุดท้ายให้คนง่วงนอนย่นคิ้วท้วงอย่างไม่ชอบใจ มือบางตวัดผ้าห่มขึ้นมาหมายจะคลุมโปงหนีแต่ก็โดนคนปลุกรั้งไว้เสียก่อน ปากแดงครวญถามงึมงำในขณะที่นวดขมับไปด้วยเพื่อปลุกตัวเอง

"นี่กี่โมงแล้วหรอครับ?"

"แปดโมงแล้ว ไปอาบน้ำเถอะจะได้กินข้าวกัน" คนฟังพอได้ยินก็ค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ ยุนโฮช่วยเสยผมนิ่มไม่ให้ลงมาปรกหน้าปรกตาก่อนจะดึงฝ่ามือขาวมาจูบแล้วโอบเด็กหนุ่มเข้ามาในอ้อมกอด แจจุงเปิดเปลือกตาขึ้นมองเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลบริเวณเนินแก้ม กลิ่นหอมอ่อนๆที่จำได้ขึ้นใจทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเป็นดอกเดซี่นั่นเองที่กำลังจุมพิตแผ่วเบาไปทั่วผิวเขา ปลายนิ้วยกขึ้นแตะเบาๆที่กลีบขาว และในจังหวะที่ร่างสูงช้อนตัวเขาขึ้นมาจากฟูกนอน ดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นแจกันเดซี่พุ่มใหญ่บนโต๊ะข้างเตียง ที่แม้จะรู้ดีว่าเป็นของคนใกล้ตัวแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงใครบางคนที่อยู่ห่างไกลนัก

"ค..คุณยุนโฮ ปล่อยผมลงดีกว่าครับ.." เสียงหวานพูดตะกุกตะกัก ห้วงสติกลับมาเต็มตื่นเมื่อชายหนุ่มไม่ใช่แค่อุ้มตัวเขาขึ้นมาจากเตียงแต่ยังเดินดุ่มๆพาออกไปนอกห้องทั้งๆที่เขาก็มีขาเดินเองได้ แถมยังจัดการหยิบผ้าเช็ดตัวเลือกชุดให้เสร็จสรรพอีกต่างหาก

"ดิ้นมาก เดี๋ยวหล่นไม่รู้ด้วย ฮะๆ" พูดดักร่างเล็กในวงแขนที่เอาแต่ยืดแข้งขืดขาไปมา แจจุงไม่วายค้อนตาใส่เจ้าของห้องก่อนจะยอมอยู่นิ่งๆแต่โดยดีเมื่ออีกฝ่ายทำทีเล่นทีจริงเหมือนจะปล่อยเขาหลุดมือ ยุนโฮยิ้มเผล่พลางกระชับคนรักจนแนบชิดอก ไม่รู้หรือไงนะว่าเขาแค่หยอกเล่นเท่านั้น จะกลัวไปทำไมคิมแจจุง? ..ขายาวก้าวมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ ค่อยๆผ่อนตัวเด็กหนุ่มลงจนยืนเสมอพื้นพร้อมกับส่งเสื้อชุดใหม่ที่ทำให้คนรับถึงกับถอนหายใจพรืดออกมาเพราะความไม่ไว้ใจ

"อย่าทำหน้าบูดแต่เช้าสิแจจุง ..อาบน้ำเร็วๆหละ เดี๋ยวชั้นไปอุ่นกับข้าวรอ" มือเรียวดันหลังบางเข้าไปด้านในก่อนจะปิดประตูให้เรียบร้อย ร่างเล็กเดินตัวงอไปหาอ่างล้างหน้าพร้อมกับจัดการถอดชุดนอนไปด้วย แปรงสีฟันดูเหมือนจะถูกเตรียมไว้ให้แล้วรวมทั้งผ้าขนหนูอีกผืนไว้ใช้ซับหน้า แจจุงง่วนอยู่ที่กระจกไม่นานก็เดินไปลงอ่าง อุณหภูมิของน้ำกำลังอุ่นสบายผิวแถมยังมีกลิ่นหอมกุหลาบที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอบอวลอยู่รอบตัว เขาหลับตาลงช้าๆซึมซับกับบรรยากาศที่ต่างไปจากทุกวัน ปกติที่มักจะตื่นขึ้นมาคนเดียว นอนหลังขดบนโซฟาตัวเก่าและห้องน้ำแคบเขรอะ ต่อจากนี้มันคงไม่มีอีกแล้วสินะ ความยากลำบากแบบนั้น ..เหมือนที่คุณชางมินพูดไว้จริงๆว่าอีกไม่นานยุนโฮคงได้ขอให้เขาไปอยู่ด้วย

ร่างบางหันไปถ่ายน้ำสบู่ในอ่างออกแล้วเปิดน้ำสะอาดจากฝากบัวเพื่อชำระกาย ในขณะที่สมองยังคงไม่หยุดคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาและสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ เขาบอกตัวเองว่าต้องเร่งปรับความคุ้นเคยเพื่อให้รู้สึกชินกับการอยู่ที่นี่เป็นอย่างแรก มันอาจจะไม่ใช่ห้องที่เขาอยากอยู่แต่ก็คิดเสียว่าดีกว่าอยู่ในห้องแคบๆแบบที่ผ่านมา อย่างน้อยก็มีข้าวของเครื่องใช้ให้ครบครันจะทำอะไรก็สะดวกสบายกว่า แล้วอีกอย่าง.. เขาน่าจะให้ความสนใจกับเรื่องงานมากกว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ เพราะที่มาอยู่ก็เพื่อหน้าที่ใช่เรื่องส่วนตัวเสียเมื่อไหร่

แจจุงล้างหน้าอีกครั้งก่อนจะลุกออกไปเช็ดตัวและเตรียมรับมือกับชุดที่ยุนโฮจงใจหยิบให้เขาเป็นพิเศษ แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขากลับพบว่าเสื้อสีขาวเนื้อเบานั้นไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดเลย ส่วนแขนกับชายเสื้อนั้นค่อนข้างยาวปิดมิดชิดและเมื่อลองสวมแล้วก็ดูเรียบร้อยดีไม่เหมือนกับชุดก่อนหน้านี้ที่นอกจากจะรัดแล้วยังสั้นเต่ออีก ร่างเล็กเดินไปยืนหน้ากระจกสำรวจชุดใหม่อย่างสนอกสนใจ ปลายนิ้วลูบเล่นบนขอบเสื้อที่เป็นแบบคอกว้างและเว้ายาวจนเห็นแนวไหปลาร้า เนื้อผ้าโปร่งสบายปล่อยชายเสื้อยาวระหัวเข่า แว่บหนึ่งที่เขาคิดว่าทรงเสื้อนั้นคล้ายกับชุดกระโปรงแต่ก็นึกเถียงกับตัวเองในใจว่าคงไม่ใช่ จนเมื่อขาเรียวก้าวกลับไปพลิกหากางเกงในกองผ้านั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าโดนเจ้าของห้องหลอกให้ใส่ชุดผู้หญิงอีกแล้ว

ไม่รอช้า คนที่อยู่ในชุดกระโปรงรีบเปิดประตูออกไปทันทีพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตกวาดมองหารอบห้องพร้อมกับก้าวเดินอย่างเก้ๆกังๆไปตามพื้นพรม นึกสาปแช่งคนกวนโมโหที่ดีแต่สรรหาชุดเพศตรงข้ามมาให้เขาใส่แล้วไหนจะคำชมว่าคนสวยอีก

"คุณยุนโฮ!" เสียงหวานที่ติดจะกระชากห้วนเรียกชื่อฝ่ายตรงข้ามอย่างหัวเสียในทันทีที่เจอตัว ร่างโปร่งที่กำลังจัดชามอาหารเงยหน้าขึ้นมองอย่างงงงวยก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายในชุดสวยที่เขาเป็นคนเลือกให้

"ดูดีมากเลยแจจุง ใส่แล้วน่ารักที่สุดเลย" กล่าวชมพร้อมกับเดินไปโอบไหล่คนตัวเล็กให้ขยับมานั่งลงบนเก้าอี้ ยุนโฮแกล้งทำเป็นไม่สนใจสายตาขู่อาฆาตของอีกฝ่ายได้ไม่กี่นาทีก็ต้องยอมแพ้เมื่อแจจุงเล่นค้อนเขาไม่เลิกจนไม่ยอมลงมือทานอาหารเช้าเสียที

"คุณให้ผมใส่ชุดผู้หญิงอีกแล้วนะ"

"ก็เหมาะกับนายดีออก" ร่างสูงยิ้มสู้ หันไปแบ่งผัดเนื้อหอมฉุยใส่ในจานของคู่สนทนา

"แต่ผมไม่ใช่ผู้หญิงซะหน่อย" ถอนลมหายใจยาวพรืด รับช้อนส้อมที่อีกฝ่ายยัดเยียดให้ก่อนจะตักคำแรกเข้าปาก

"ชั้นก็ไม่ได้ให้นายใส่เพราะเห็นว่านายเป็นผู้หญิงเสียหน่อย ชั้นเห็นว่าชุดมันน่ารักเหมาะกับนายดี ก็เท่านั้นเอง~"

"ไม่รู้หละ กินเสร็จเมื่อไหร่ผมจะไปถอดทิ้ง" คนฟังพอได้ยินก็รู้สึกเหมือนผักติดคอในบัดดล ยุนโฮวางช้อนแล้วหันไปกระดกน้ำแทนก่อนจะหันมาพูดต่อ

"แจจุงก็.. ชุดเนี๊ยผ้าดีนะ ใส่สบายจะตาย"

"ผมไม่ชอบอย่างเดียวก็ตรงที่มันไม่มีกางเกงนี่แหละ" ช้อนตามองพลางกระตุกยิ้มเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าหงอยเป็นหมีอดน้ำผึ้ง ไม่เถียงว่าเสื้อตัวยาวนี้ใส่สบายแต่ตราบใดที่ชิ้นล่างยังโล่งโจ้งก็คงไม่มีวันรู้สึกชอบแน่นอน ..บรรยากาศบนโต๊ะอาหารผ่านไปด้วยดีแม้จะมีปากเสียงกันบ้างเป็นระยะๆ แต่ถึงกระนั้นเจ้าของห้องกลับรู้สึกสุขใจมากกว่าอารมณ์เสีย บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ค่อยมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับแจจุงมากนัก ส่วนใหญ่เจ้าตัวมักจะนิ่งเงียบ ไม่ก็พยักหน้าแล้วก็พูดแค่ครับเป็นเชิงตอบรับ ดังนั้นแม้การสนทนาในเวลานี้จะไม่ได้หวานหยดแบบที่ใจเขาอยากให้เป็น แต่ก็นับว่าดีกว่าตกอยู่ในหลุมของความเงียบเหมือนวันก่อนๆ

วอลเปเปอร์สีขาวครีมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่างตามความแรงกล้าของเปลวแดดที่พาดส่องเข้ามาในห้อง หลังจากมื้อเช้าได้ผ่านพ้นไป โต๊ะไม้ตัวเดิมก็กลับมาเรียบร้อยและสะอาดเอี่ยมอ่องอีกครั้ง กับข้าวบางอย่างถูกเก็บไว้ในตู้เย็นเป็นเสบียงสำรองในขณะที่อาหารส่วนมากจบลงที่เครื่องล้างจานและถังขยะ แจจุงสมัครใจยืนอยู่ในครัวและทำการสำรวจอาณาบริเวณโดยรอบอย่างสนอกสนใจ ส่วนยุนโฮก็กำลังง่วนอยู่กับการแต่งตัวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกไปทำงาน หลังจากจัดการล็อกตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์-อินของตัวเองเสร็จแล้วก็เดินอาดๆออกไปหาประตู มือหนาลังเลอยู่ชั่วอึดใจกับลูกบิดก่อนจะตัดสินใจปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ลงกลอนตามวิสัยปกติ

ชายหนุ่มก้าวไปโถงทางออกที่เชื่อมกับประตูลิฟต์ สูทสีดำทรงสวยที่รับกับเสื้อเชิ้ตตัวในและเรือนร่างสูงโปร่งทำให้บุคลิกของนายใหญ่ยิ่งดูน่าเกรงขามและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน นิ้วเรียวตวัดเส้นเน็คไทค์ผูกเข้าหากันพลางชะเง้อมองคนตัวเล็กที่เปลี่ยนจากการสำรวจครัวเป็นการเดินเล่นรอบห้องแทน ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจปรับตัวเรื่องสถานที่และไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านเขาอย่างที่คาดไว้

"แจจุง~" เสียงทุ้มเรียกหา เจ้าของชื่อหันมามองตาใสก่อนจะเดินลัดเลาะไปหาอีกฝ่ายที่กำลังกวักมือเรียกหยอยๆ

"จะไปทำงานหรอฮะ?" มองท่าทีภูมิฐานด้วยความรู้สึกชื่นชม ร่างบางสบตากับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยิ้มหวานตัดกับชุดขึงขัง "แล้วผมต้องไปด้วยรึเปล่า?"

"ชั้นก็อยากให้นายลงไปน้า แต่ลูกน้องชั้นคงไม่ยอมแน่.. นายอยากลงไปด้วยกันหรอ?" ถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แจจุงเสมองไปที่อื่นอย่างชั่งใจ ..เขาไม่อยากหมกอยู่ในห้องคนเดียวแต่ถ้าลงไปก็คงได้นั่งที่ห้องทำงาน หากได้เจอคุณชางมินก็คงดีแต่ในเวลาที่เขาอยู่บนห้องก็สามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้โดยการสืบข้อมูลเพิ่มเติม ..บางทีอย่างหลังอาจจะดีกว่า อย่างน้อยถ้าได้เจอคุณชางมินอีกที เขาก็ยังมีอะไรไปรายงานอีกฝ่ายได้ แล้วก็จะช่วยให้งานสืบสวนก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น

"ผมว่าผมอยู่ที่นี่ดีกว่าครับ"

"อืม อยู่สบายๆข้างบนดีกว่าเนอะ" ยุนโฮจัดสูทอีกรอบก่อนจะหันมาถามเสียงทะเล้น "เป็นไง ชั้นดูหล่อรึเปล่า?"

"เน็คไทค์เบี้ยวแน่ะครับ" มือบางยกขึ้นจับที่ปมให้หันมาในทิศทางที่ถูกต้อง หน้าสวยกลั้นหัวเราะจนแก้มป่องเพราะสีหน้าเหรอหราของอีกฝ่ายและแววตาที่ดูไม่ต่างจากเด็ก ปลายนิ้วลูบผ่านเส้นผ้าไหมพลันหวนนึกถึงอดีตบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหันในความทรงจำ ..ภาพของตัวเขาในวัยเด็กกับการหัดผูกเน็คไทค์ให้ผู้เป็นพ่อ แจจุงผ่อนลมหายใจแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามเจ้าของห้อง

"ผมว่าผูกแบบสองปมน่าจะสวยกว่านะครับ"

"จริงหรอ?" คนฟังพยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับลงมือคลายปมเน็คไทค์ออกแล้วเริ่มพันใหม่ สัมผัสของเนื้อผ้านั้นคุ้นเคยเหมือนกับเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน ร่างเล็กมองตรงที่ปกเสื้อในขณะที่ปลายนิ้วสอดตวัดอย่างเชี่ยวชำนาญ แววตาอบอุ่นอันเป็นที่รักที่พรากจากมานานสร้างความปั่นป่วนราวกับกำลังโดนความคิดถึงตอกย้ำในห้วงจิตใจ ฝ่ามือนุ่มเผลอวางทาบบนเสื้อสูทอย่างลืมตัวและปล่อยให้ลมหายใจลอดผ่านทางริมฝีปาก ยุนโฮยกมือขึ้นลูบผิวเนียนที่ปลายคางพลางเชิดดวงหน้าสวยหวานขึ้นเชยชม สายตาที่ไม่อาจซ่อนความสับสนหรุบลงต่ำพร้อมกับก้าวถอยไปด้านหลัง หัวใจข้างซ้ายที่เต้นไม่เป็นจังหวะของร่างสูงออกคำสั่งโดยอัติโนมัติว่าให้รั้งร่างนั้นแนบตัว

"คุณยุนโฮ..อื.อ.." เสียงใสกลืนลงคอเมื่อคนตรงหน้าก้มลงทาบกลีบปากภายในเสี้ยววินาที แม้ไม่ได้ล่วงล้ำอย่างจาบจ้วงแต่ผลของจุมพิตนั้นก็ทำให้เด็กหนุ่มเผยอหอบจนตัวอ่อน แก้มขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ คนรุกหันไปจูบหน้าผากและแนวขมับอย่างเอาใจ แม้จะสงสัยว่าสายตาเมื่อครู่กำลังคิดถึงเรื่องอะไร แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ต่อว่าการกระทำของเขาก็นึกกับตัวเองว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี

"ชั้นรักนายนะ" อ้อมกอดค่อยๆคลายออกอย่างระมัดระวัง ยุนโฮเลื่อนมือลงอย่างอ้อยอิ่งไปตามลำตัวของเด็กหนุ่ม "ต้องไปทำงานแล้วหละ ..เดี๋ยวตอนกลางวันจะมารับไปทานข้าวข้างล่าง"

"ครับ" พยักหน้าหงึกหงัก เริ่มจะชินกับการหายใจแบบปกติ

"ไม่น่าใส่ตัวนี้เลยรู้มั้ย?" ร่างสูงกระซิบแหย่ที่ริมหูก่อนจะกระตุกกางเกงยีนส์ขายาวที่อีกฝ่ายสวมอยู่ใต้ชุดกระโปรงตัวยาว แจจุงฟาดแขนแข็งแรงดังเพี๊ยะเมื่อนิ้วมือทั้งห้าเริ่มจะซนเข้าไปข้างใน

"ฮะๆ มีอะไรก็โทรหาชั้นนะ เบอร์อยู่บนโต๊ะที่วางโทรศัพท์" คนโดนตีหัวเราะร่วนพร้อมกับยอมปล่อยตัวบางแต่โดยดี เขาหมุนไปคีย์รหัสผ่านประตู และหันมาลาด้วยการบอกรักอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ ดวงตากลมโตจ้องมองไม่กระพริบตามกลไกของทางออกจนกระทั่งมันกลับมาบรรจบกันดังเดิม

บรรยากาศในห้องเงียบสงบเหลือเกินเมื่อเหลือเพียงเขาคนเดียว พื้นที่กว้างหลายตารางวาไม่เหมาะกับจำนวนคนอาศัยแค่หนึ่งเลย และแจจุงค่อนข้างแน่ใจทีเดียวว่ามันอาจจะใหญ่กว่าขนาดบ้านของเขาเสียอีก ขาเรียวก้าวผ่านไปตามทางเดิน เหลือบดูรอบเพดานไปด้วยเพื่อคลายข้อกังขาว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่ใดบ้างหรือเปล่า ฝ่ามือลูบเครื่องเรือนต่างๆอย่างไม่คุ้นเคย จากโถงทางออกวนไปทิศซ้ายด้านห้องนั่งเล่นและห้องครัวก่อนจะหันไปส่วนตรงข้ามที่เป็นห้องนอนของยุนโฮ ประตูชั้นดาดฟ้า และโต๊ะทานอาหารที่ในคราวนี้มีตัวแทนของความรู้สึกดีอย่างดอกเดซี่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า

ร่างบางขยับไปสัมผัสกลีบนิ่มก่อนจะดึงติดมือขึ้นมาช่อหนึ่ง นกตัวน้อยบินมาเกาะข้างหน้าต่างทำให้เขาคิดถึงสายลมเย็นสบายยามยืนอยู่ริมระเบียง คงจะดีไม่ใช่น้อยหากเขาสามารถทำแบบนั้นได้ในห้องที่ทั้งกว้างและโดดเดี่ยวเช่นนี้ แจจุงเบือนหน้าจากภาพในจินตนาการกลับมามองความเป็นจริงบนพื้นที่สี่เหลี่ยม โทรศัพท์สีขาวเห็นสะดุดตาอยู่บนโต๊ะไม้สามขาที่มีทั้งกองสมุดและกรอบรูปวางรวมอยู่เคียงข้างกัน มือเล็กช้อนหยิบกระดาษที่มีเบอร์โทรศัพท์ของยุนโฮขึ้นมาดูก่อนจะวางลงไว้ที่เดิม และเพราะความซุ่มซ่ามนั้นเองที่ทำให้เขาเผลอปัดเล่มสมุดข้างๆจนเซไปโดนกรอบรูปสวยหล่นกระแทกกับพื้น

'แย่แล้ว....' สองมือยกขึ้นปิดหน้าพลางบ่นว่าตัวเองในใจที่ไม่ยอมระมัดระวังให้มากกว่านี้ แจจุงสุดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะก้มลงหยิบกรอบไม้ที่นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นขึ้นมาตรวจดูความเสียหาย โชคยังดีที่พื้นห้องเป็นพรม กระจกด้านหน้าก็เลยไม่แตก แต่ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างชำรุดอยู่ข้างในเพราะไม่ว่าจะลองประกบกันยังไง ส่วนที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมและตัวกระจกก็ยังต่อกันไม่ติดอยู่ดี พอเป็นแบบนี้แล้วก็เริ่มกลับมารู้สึกโทษความไม่ได้เรื่องของตัวเองอีกครั้ง เขาลุกขึ้นวางชิ้นส่วนทั้งหมดไว้ที่เดิมอย่างหมดอาลัย ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่บนแผ่นรูปถ่ายที่ค่อนข้างเก่าพอสมควร

เป็นภาพของชายสองคนในฉากหลังที่ทำให้นึกถึงห้องทำงานเมื่อวาน ร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ด้านซ้ายนั้นเขาจำได้ทันทีว่าเป็นเจ้าของห้อง ในขณะที่ชายชราบนเก้าอี้นวมนั้นเป็นคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน บรรยากาศในรูปนั้นไม่มีอะไรต้องตาเลยนอกจากรอยยิ้มจริงใจของยุนโฮที่เหมือนกับว่ากำลังส่งผ่านมาให้เขา พลันคิดเล่นๆว่าจะเป็นเรื่องอะไรนะที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้แบบนั้น ...ช่างดูเหมือนรอยยิ้มที่เขาคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด ..รอยยิ้มยามที่เอ่ยว่ารักและดวงตาเปล่งประกาย เขาผ่อนมือทิ้งแผ่นภาพไว้ข้างกรอบรูป ดอมดมช่อดอกเดซี่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะวางลงข้างกัน

รักเขาอย่างงั้นหรอ...

...คุณรักคนผิดแล้ว คุณยุนโฮ




อีกไม่นานฝนคงตกเป็นแน่แท้ ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งในยามเช้าถูกหมอกควันของฤดูกาลกลบเกลื่อนจนมืดหม่น เด็กหนุ่มเงยหน้ามองประกายวาบตามกลุ่มเมฆอย่างเหม่อลอย เสียงฟ้าร้องแว่วมาจากที่ห่างไกลก่อนที่หยดน้ำเม็ดแรกจะหล่นกระทบบานหน้าต่างอย่างไม่เป็นจังหวะ ไอเย็นอาบผิวขาวให้ต้องรู้สึกวูบไหวแต่สิ่งที่ทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวกลับเป็นแรงตัณหาที่กำลังบดขยี้ร่างกายของเขาอย่างไม่ปราณี ดวงตาสีน้ำตาลสวยปิดลงอย่างขมขื่นแต่ถึงกระนั้นก็ยังแสร้งครางร้องให้คนซื้อบริการเข้าใจว่าตนมีอารมณ์ร่วมกับเซ็กส์ชั่วคราว

"อ..อ๊าา..คุณลี.." มือเล็กกำแน่นรอบเส้นเชือกที่ขึงให้ทั้งแขนซ้ายและขวากางแยกออกจากกัน พนักเตียงสั่นคลอนในแต่ละครั้งที่โดนแทรกกาย สะโพกสวยถูกเค้นแรงจนขึ้นรอยแดงช้ำ เอวคอดมนที่ไม่เข้ากับรูปร่างผู้ชายบิดเร่าอย่างทรมานเพราะรสนิยมทางเพศของคนบนตัวที่ชอบใช้ความรุนแรง

"ร้องดังๆสิจุนซู แล้วชั้นจะให้ทิปเพิ่ม" ฝ่ายรุกก้มกระซิบที่ริมหู ปลายลิ้นเลียดไล้ไปตามผิวนุ่มและเมื่อคนใต้บัญชาไม่ได้ตอบรับคำสั่งของเขาอย่างทันท่วงที ฟันคมก็ตรงเข้ากัดยอดอกสีหวานในทันทีเพื่อสั่งสอนให้คนเปรอเปรอรู้จักทำตามหน้าที่ ร่างเล็กน้ำตาไหลคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ ได้แต่หันหน้ามองท้องฟ้าและภาวนาให้ชั่วโมงนี้ผ่านพ้นไปเร็วๆ จุนกิกดย้ำความเป็นชายเข้าไปจนสุดตัวพร้อมกับเสียงร้องครวญ สีหน้าเจ็บปวดของคู่นอนไม่ต่างอะไรจากสารกระตุ้นอารมณ์ดิบ และแม้จุนซูจะผ่านเรื่องบนเตียงมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บทุกคราวที่พบกับลูกค้ารายนี้ เพียงเพื่อเงินตัวเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขากัดฟันทนรับพฤติกรรมซาดิสต์

"RRRRRR" โทรศัพท์มือถือลั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะพร้อมกับเสียงริงโทนดังสนั่น เจ้าของเครื่องยังคงไม่หยุดกระแทกกายเข้าหาเขาก่อนที่จะตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูเมื่อมันดังต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่าสามนาที จุนกิชะลอจังหวะร้อนลงพร้อมกับกดรับสายด้วยท่าทีที่ดูใจเย็นผิดปกติ เด็กหนุ่มรู้สึกปวดระบมไปหมดแม้คนทำจะหยุดขยับบนร่างเขา

"ฮัลโหล สวัสดีครับพ่อ"

"ไง ทำอะไรอยู่ หืม?..ได้ข่าวว่าออกไปจากออฟฟิศตั้งแต่เที่ยง" เสียงใหญ่ดังกังวานเปี่ยมไปด้วยอำนาจแม้จะได้ยินผ่านทางโทรศัพท์ คนฟังเลื่อนสายตามองคู่นอนที่ทั้งสองมือถูกตรึงไว้กับหัวเตียงทำให้ขยับไปไหนไม่ได้และยังมีส่วนกลางของเขาเชื่อมติดกันอยู่

"ก็.. ออกมาหาอะไรทำแก้เครียดน่ะครับ"

"อยู่โรงแรมหรอ?" ปลายสายพูดขึ้นอย่างรู้ใจ

"ครับ"

"นี่พ่อโทรมาขัดจังหวะแกรึเปล่าเนี่ย ฮะๆ"

"ไม่หรอกครับ..." สะโพกหนาขยับออกเล็กน้อยพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเงียบๆ จุนกิพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ ถ้ายังอยู่ในช่องทางอบอุ่นของจุนซู ..ร่างโปร่งถอนตัวออกมาอย่างค่อนเสียดายก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกนอนและเอนหลังพิงศีรษะกับพนักเตียง เพราะเป็นคนในครอบครัวจึงต้องให้ความสนใจมากกว่าคนอื่น

"งั้นก็ดีละ ไปเกาหลีเหนือเป็นยังไงบ้าง เล่าให้พ่อฟังหน่อยสิ"

"ก็ดี.. น่าเบื่อดีครับ"

"แล้วประชุมหละ?"

"นั่นยิ่งน่าเบื่อใหญ่" เสียงทุ้มตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิด

"ฮะๆ ทำไมหละ?" คนเป็นพ่อหัวเราะครืน

"ก็คุณคังน่ะสิ เอะอะอะไรก็ไอ้ยุนโฮ ไม่ไว้หน้าผมเลย.. ขนาดมันไม่มาตามนัดวันแรก ท่านยังไม่ว่าเลย!" พ่นลมออกมาอย่างหัวเสีย จุนกิเหลือบไปมองร่างเล็กที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่ง "ผมก็เลยกลับก่อนซะเลย ..นี่ถ้ามันได้เป็นเจ้าของบ่อนแทนไหว่เจิ้น ผมไม่ยอมแน่!"

"แล้วแกจะเอายังไงหละ?"

"ไม่รู้สิฮะ.. ก็ว่าจะดูไปก่อน ต้องรอปลายเดือนถึงจะรู้ผล" มือกร่างเลื่อนไปแกะเส้นเชือกสีแดงที่ข้อมือข้างซ้ายของจุนซูออก ดวงตาเรียวเล็กสะท้อนแววประหลาดใจอย่างไม่ปิดบัง

"แกน่ะ เป็นถึงหุ้นส่วนที่นั่น ถ้าคุณคังไม่เลือกแกก็แสดงว่าท่านยังอคติกับพ่ออยู่ ฮะๆ"

"ผมก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้นนะ.. เฮ้อ.. คุณคังนี่ก็อะไรก็ไม่รู้ กล้าให้ไอ้คนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างยุนโฮดูแลธุรกิจพันล้านได้ยังไง"

"สงสัยจะโดนไอ้ยุนวูกล่อม"

"ผมละเกลียดมันจริงๆเลย เกลียดบอดี้การ์ดมันที่ชื่อมิกกี้ด้วย ..นี่พ่อรู้มั้ย ตอนที่กำลังประชุม ไอ้หัวเกรียนนั่นมันเรียกผมว่าอะไร?" คิ้วเรียวขมวดเข้าชนกัน