I made this widget at MyFlashFetish.com.

Daisy 38 ((NC - 17))

posted on 20 Aug 2007 18:00 by michan  in Daisy-Nc



ละอองแดดสีทองอบอวลไปทั่วบรรยากาศในยามเช้าของเมืองใหญ่ ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่อยู่เต็มถนน เสียงบีบแตรของรถยนต์กลายเป็นสิ่งที่ได้ยินกันจนชินหูตามสี่แยก หลายชีวิตกำลังเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส บนต้นไม้เขียวขจีครอบครัวนกกระจิบกำลังประสานเสียงร้องต้อนรับรุ่งอรุณอย่างเบิกบาน ในขณะที่เพื่อนนกตัวอื่นๆต่างพากันกางปีกโลดแล่นไปตามสายลม หยอกล้อกันเองผ่านจะงอยปากเล็กๆของมันก่อนจะร่อนตัวลงเกาะข้างหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นสภาพอันกว้างขวางภายในห้องได้

ผ้าม่านสีเข้มถูกเหน็บไว้อย่างเรียบร้อยบนตะขอข้างผนัง เช้าวันนี้เจ้าของห้องเลือกที่จะใช้แสงธรรมชาติของดวงตะวันแทนการเปิดไฟแบบที่ทำเป็นประจำ โต๊ะไม้ตัวยาวเพียบพร้อมไปด้วยเมนูอาหารเช้าแบบเกาหลี สำรับมากมายเรียงรายอยู่ในถ้วยกระเบื้องลายสวยส่งกลิ่นหอมยั่วยวนชวนหิวมาแต่ไกล ชายหนุ่มเดินไปหยิบแก้วและขวดน้ำมาวางก่อนจะตบท้ายด้วยตะกร้าผลไม้เป็นอันเสร็จสมบูรณ์สำหรับการจัดโต๊ะอาหาร เขาหันไปอุ้มแจกันดอกไม้ไว้ในอ้อมแขน ขยับเก้าอี้ให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่กลางห้อง กวาดตามองภาพโดยรวมอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและบรรยากาศตรงหน้าน่าจะทำให้คนรักของเขาประทับใจได้ไม่มากก็น้อย

ร่างสูงเหลือบตามองนาฬิกาในระหว่างที่ก้าวขาไปหาห้องนอนตัวเอง เข็มสั้นพาดกลางระหว่างเลขเจ็ดกับเลขแปดและนั่นทำให้เขาคิดว่าได้เวลาเหมาะสมแล้วที่จะเข้าไปปลุกนางฟ้าตัวน้อยเสียที มือเรียวเปิดประตูเข้าไปในห้องอย่างเงียบเสียง ย่องเบาๆไปนั่งคุกเข่าลงข้างเตียงด้านที่ร่างบางกำลังหลับใหลอยู่ นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองใบหน้าอ่อนวัยที่สวยสะกดราวต้องมนตร์ ปลายนิ้วสัมผัสแผ่วเบาไปตามพวงแก้มนวลพลางเลื่อนเสยปอยผมสีรัตติกาลเก็บเข้าข้างใบหู ริมฝีปากแดงอิ่มช่างดูเย้ายวนแม้ในยามนิทรา เขาหันไปวางแจกันใบใสไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะดึงเอาดอกเดซี่ออกมาหยอกล้อกับผิวขาว

"แจจุง~ เช้าแล้วน้า ..ตื่นได้แล้ว~" เสียงทุ้มเอ่ยพูดนุ่มนวล บรรจงไล้กลีบนิ่มไปตามแก้มนุ่มพร้อมกับกดเนินเกสรสีทองลงจุมพิตเบาๆบนสันจมูก คนตัวเล็กครางอื้อในลำคอแต่ก็ยังปิดเปลือกตาแน่นไม่ยอมตื่น ยุนโฮเห็นแบบนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้อีก

"แจจุงนี่ขี้เซาจัง~ ตื่นได้แล้วครับคนสวย~" จงใจเน้นสองพยางค์สุดท้ายให้คนง่วงนอนย่นคิ้วท้วงอย่างไม่ชอบใจ มือบางตวัดผ้าห่มขึ้นมาหมายจะคลุมโปงหนีแต่ก็โดนคนปลุกรั้งไว้เสียก่อน ปากแดงครวญถามงึมงำในขณะที่นวดขมับไปด้วยเพื่อปลุกตัวเอง

"นี่กี่โมงแล้วหรอครับ?"

"แปดโมงแล้ว ไปอาบน้ำเถอะจะได้กินข้าวกัน" คนฟังพอได้ยินก็ค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ ยุนโฮช่วยเสยผมนิ่มไม่ให้ลงมาปรกหน้าปรกตาก่อนจะดึงฝ่ามือขาวมาจูบแล้วโอบเด็กหนุ่มเข้ามาในอ้อมกอด แจจุงเปิดเปลือกตาขึ้นมองเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลบริเวณเนินแก้ม กลิ่นหอมอ่อนๆที่จำได้ขึ้นใจทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเป็นดอกเดซี่นั่นเองที่กำลังจุมพิตแผ่วเบาไปทั่วผิวเขา ปลายนิ้วยกขึ้นแตะเบาๆที่กลีบขาว และในจังหวะที่ร่างสูงช้อนตัวเขาขึ้นมาจากฟูกนอน ดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นแจกันเดซี่พุ่มใหญ่บนโต๊ะข้างเตียง ที่แม้จะรู้ดีว่าเป็นของคนใกล้ตัวแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงใครบางคนที่อยู่ห่างไกลนัก

"ค..คุณยุนโฮ ปล่อยผมลงดีกว่าครับ.." เสียงหวานพูดตะกุกตะกัก ห้วงสติกลับมาเต็มตื่นเมื่อชายหนุ่มไม่ใช่แค่อุ้มตัวเขาขึ้นมาจากเตียงแต่ยังเดินดุ่มๆพาออกไปนอกห้องทั้งๆที่เขาก็มีขาเดินเองได้ แถมยังจัดการหยิบผ้าเช็ดตัวเลือกชุดให้เสร็จสรรพอีกต่างหาก

"ดิ้นมาก เดี๋ยวหล่นไม่รู้ด้วย ฮะๆ" พูดดักร่างเล็กในวงแขนที่เอาแต่ยืดแข้งขืดขาไปมา แจจุงไม่วายค้อนตาใส่เจ้าของห้องก่อนจะยอมอยู่นิ่งๆแต่โดยดีเมื่ออีกฝ่ายทำทีเล่นทีจริงเหมือนจะปล่อยเขาหลุดมือ ยุนโฮยิ้มเผล่พลางกระชับคนรักจนแนบชิดอก ไม่รู้หรือไงนะว่าเขาแค่หยอกเล่นเท่านั้น จะกลัวไปทำไมคิมแจจุง? ..ขายาวก้าวมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ ค่อยๆผ่อนตัวเด็กหนุ่มลงจนยืนเสมอพื้นพร้อมกับส่งเสื้อชุดใหม่ที่ทำให้คนรับถึงกับถอนหายใจพรืดออกมาเพราะความไม่ไว้ใจ

"อย่าทำหน้าบูดแต่เช้าสิแจจุง ..อาบน้ำเร็วๆหละ เดี๋ยวชั้นไปอุ่นกับข้าวรอ" มือเรียวดันหลังบางเข้าไปด้านในก่อนจะปิดประตูให้เรียบร้อย ร่างเล็กเดินตัวงอไปหาอ่างล้างหน้าพร้อมกับจัดการถอดชุดนอนไปด้วย แปรงสีฟันดูเหมือนจะถูกเตรียมไว้ให้แล้วรวมทั้งผ้าขนหนูอีกผืนไว้ใช้ซับหน้า แจจุงง่วนอยู่ที่กระจกไม่นานก็เดินไปลงอ่าง อุณหภูมิของน้ำกำลังอุ่นสบายผิวแถมยังมีกลิ่นหอมกุหลาบที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอบอวลอยู่รอบตัว เขาหลับตาลงช้าๆซึมซับกับบรรยากาศที่ต่างไปจากทุกวัน ปกติที่มักจะตื่นขึ้นมาคนเดียว นอนหลังขดบนโซฟาตัวเก่าและห้องน้ำแคบเขรอะ ต่อจากนี้มันคงไม่มีอีกแล้วสินะ ความยากลำบากแบบนั้น ..เหมือนที่คุณชางมินพูดไว้จริงๆว่าอีกไม่นานยุนโฮคงได้ขอให้เขาไปอยู่ด้วย

ร่างบางหันไปถ่ายน้ำสบู่ในอ่างออกแล้วเปิดน้ำสะอาดจากฝากบัวเพื่อชำระกาย ในขณะที่สมองยังคงไม่หยุดคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาและสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ เขาบอกตัวเองว่าต้องเร่งปรับความคุ้นเคยเพื่อให้รู้สึกชินกับการอยู่ที่นี่เป็นอย่างแรก มันอาจจะไม่ใช่ห้องที่เขาอยากอยู่แต่ก็คิดเสียว่าดีกว่าอยู่ในห้องแคบๆแบบที่ผ่านมา อย่างน้อยก็มีข้าวของเครื่องใช้ให้ครบครันจะทำอะไรก็สะดวกสบายกว่า แล้วอีกอย่าง.. เขาน่าจะให้ความสนใจกับเรื่องงานมากกว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ เพราะที่มาอยู่ก็เพื่อหน้าที่ใช่เรื่องส่วนตัวเสียเมื่อไหร่

แจจุงล้างหน้าอีกครั้งก่อนจะลุกออกไปเช็ดตัวและเตรียมรับมือกับชุดที่ยุนโฮจงใจหยิบให้เขาเป็นพิเศษ แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขากลับพบว่าเสื้อสีขาวเนื้อเบานั้นไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดเลย ส่วนแขนกับชายเสื้อนั้นค่อนข้างยาวปิดมิดชิดและเมื่อลองสวมแล้วก็ดูเรียบร้อยดีไม่เหมือนกับชุดก่อนหน้านี้ที่นอกจากจะรัดแล้วยังสั้นเต่ออีก ร่างเล็กเดินไปยืนหน้ากระจกสำรวจชุดใหม่อย่างสนอกสนใจ ปลายนิ้วลูบเล่นบนขอบเสื้อที่เป็นแบบคอกว้างและเว้ายาวจนเห็นแนวไหปลาร้า เนื้อผ้าโปร่งสบายปล่อยชายเสื้อยาวระหัวเข่า แว่บหนึ่งที่เขาคิดว่าทรงเสื้อนั้นคล้ายกับชุดกระโปรงแต่ก็นึกเถียงกับตัวเองในใจว่าคงไม่ใช่ จนเมื่อขาเรียวก้าวกลับไปพลิกหากางเกงในกองผ้านั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าโดนเจ้าของห้องหลอกให้ใส่ชุดผู้หญิงอีกแล้ว

ไม่รอช้า คนที่อยู่ในชุดกระโปรงรีบเปิดประตูออกไปทันทีพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตกวาดมองหารอบห้องพร้อมกับก้าวเดินอย่างเก้ๆกังๆไปตามพื้นพรม นึกสาปแช่งคนกวนโมโหที่ดีแต่สรรหาชุดเพศตรงข้ามมาให้เขาใส่แล้วไหนจะคำชมว่าคนสวยอีก

"คุณยุนโฮ!" เสียงหวานที่ติดจะกระชากห้วนเรียกชื่อฝ่ายตรงข้ามอย่างหัวเสียในทันทีที่เจอตัว ร่างโปร่งที่กำลังจัดชามอาหารเงยหน้าขึ้นมองอย่างงงงวยก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายในชุดสวยที่เขาเป็นคนเลือกให้

"ดูดีมากเลยแจจุง ใส่แล้วน่ารักที่สุดเลย" กล่าวชมพร้อมกับเดินไปโอบไหล่คนตัวเล็กให้ขยับมานั่งลงบนเก้าอี้ ยุนโฮแกล้งทำเป็นไม่สนใจสายตาขู่อาฆาตของอีกฝ่ายได้ไม่กี่นาทีก็ต้องยอมแพ้เมื่อแจจุงเล่นค้อนเขาไม่เลิกจนไม่ยอมลงมือทานอาหารเช้าเสียที

"คุณให้ผมใส่ชุดผู้หญิงอีกแล้วนะ"

"ก็เหมาะกับนายดีออก" ร่างสูงยิ้มสู้ หันไปแบ่งผัดเนื้อหอมฉุยใส่ในจานของคู่สนทนา

"แต่ผมไม่ใช่ผู้หญิงซะหน่อย" ถอนลมหายใจยาวพรืด รับช้อนส้อมที่อีกฝ่ายยัดเยียดให้ก่อนจะตักคำแรกเข้าปาก

"ชั้นก็ไม่ได้ให้นายใส่เพราะเห็นว่านายเป็นผู้หญิงเสียหน่อย ชั้นเห็นว่าชุดมันน่ารักเหมาะกับนายดี ก็เท่านั้นเอง~"

"ไม่รู้หละ กินเสร็จเมื่อไหร่ผมจะไปถอดทิ้ง" คนฟังพอได้ยินก็รู้สึกเหมือนผักติดคอในบัดดล ยุนโฮวางช้อนแล้วหันไปกระดกน้ำแทนก่อนจะหันมาพูดต่อ

"แจจุงก็.. ชุดเนี๊ยผ้าดีนะ ใส่สบายจะตาย"

"ผมไม่ชอบอย่างเดียวก็ตรงที่มันไม่มีกางเกงนี่แหละ" ช้อนตามองพลางกระตุกยิ้มเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าหงอยเป็นหมีอดน้ำผึ้ง ไม่เถียงว่าเสื้อตัวยาวนี้ใส่สบายแต่ตราบใดที่ชิ้นล่างยังโล่งโจ้งก็คงไม่มีวันรู้สึกชอบแน่นอน ..บรรยากาศบนโต๊ะอาหารผ่านไปด้วยดีแม้จะมีปากเสียงกันบ้างเป็นระยะๆ แต่ถึงกระนั้นเจ้าของห้องกลับรู้สึกสุขใจมากกว่าอารมณ์เสีย บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ค่อยมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับแจจุงมากนัก ส่วนใหญ่เจ้าตัวมักจะนิ่งเงียบ ไม่ก็พยักหน้าแล้วก็พูดแค่ครับเป็นเชิงตอบรับ ดังนั้นแม้การสนทนาในเวลานี้จะไม่ได้หวานหยดแบบที่ใจเขาอยากให้เป็น แต่ก็นับว่าดีกว่าตกอยู่ในหลุมของความเงียบเหมือนวันก่อนๆ

วอลเปเปอร์สีขาวครีมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่างตามความแรงกล้าของเปลวแดดที่พาดส่องเข้ามาในห้อง หลังจากมื้อเช้าได้ผ่านพ้นไป โต๊ะไม้ตัวเดิมก็กลับมาเรียบร้อยและสะอาดเอี่ยมอ่องอีกครั้ง กับข้าวบางอย่างถูกเก็บไว้ในตู้เย็นเป็นเสบียงสำรองในขณะที่อาหารส่วนมากจบลงที่เครื่องล้างจานและถังขยะ แจจุงสมัครใจยืนอยู่ในครัวและทำการสำรวจอาณาบริเวณโดยรอบอย่างสนอกสนใจ ส่วนยุนโฮก็กำลังง่วนอยู่กับการแต่งตัวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกไปทำงาน หลังจากจัดการล็อกตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์-อินของตัวเองเสร็จแล้วก็เดินอาดๆออกไปหาประตู มือหนาลังเลอยู่ชั่วอึดใจกับลูกบิดก่อนจะตัดสินใจปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ลงกลอนตามวิสัยปกติ

ชายหนุ่มก้าวไปโถงทางออกที่เชื่อมกับประตูลิฟต์ สูทสีดำทรงสวยที่รับกับเสื้อเชิ้ตตัวในและเรือนร่างสูงโปร่งทำให้บุคลิกของนายใหญ่ยิ่งดูน่าเกรงขามและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน นิ้วเรียวตวัดเส้นเน็คไทค์ผูกเข้าหากันพลางชะเง้อมองคนตัวเล็กที่เปลี่ยนจากการสำรวจครัวเป็นการเดินเล่นรอบห้องแทน ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจปรับตัวเรื่องสถานที่และไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านเขาอย่างที่คาดไว้

"แจจุง~" เสียงทุ้มเรียกหา เจ้าของชื่อหันมามองตาใสก่อนจะเดินลัดเลาะไปหาอีกฝ่ายที่กำลังกวักมือเรียกหยอยๆ

"จะไปทำงานหรอฮะ?" มองท่าทีภูมิฐานด้วยความรู้สึกชื่นชม ร่างบางสบตากับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยิ้มหวานตัดกับชุดขึงขัง "แล้วผมต้องไปด้วยรึเปล่า?"

"ชั้นก็อยากให้นายลงไปน้า แต่ลูกน้องชั้นคงไม่ยอมแน่.. นายอยากลงไปด้วยกันหรอ?" ถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แจจุงเสมองไปที่อื่นอย่างชั่งใจ ..เขาไม่อยากหมกอยู่ในห้องคนเดียวแต่ถ้าลงไปก็คงได้นั่งที่ห้องทำงาน หากได้เจอคุณชางมินก็คงดีแต่ในเวลาที่เขาอยู่บนห้องก็สามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้โดยการสืบข้อมูลเพิ่มเติม ..บางทีอย่างหลังอาจจะดีกว่า อย่างน้อยถ้าได้เจอคุณชางมินอีกที เขาก็ยังมีอะไรไปรายงานอีกฝ่ายได้ แล้วก็จะช่วยให้งานสืบสวนก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น

"ผมว่าผมอยู่ที่นี่ดีกว่าครับ"

"อืม อยู่สบายๆข้างบนดีกว่าเนอะ" ยุนโฮจัดสูทอีกรอบก่อนจะหันมาถามเสียงทะเล้น "เป็นไง ชั้นดูหล่อรึเปล่า?"

"เน็คไทค์เบี้ยวแน่ะครับ" มือบางยกขึ้นจับที่ปมให้หันมาในทิศทางที่ถูกต้อง หน้าสวยกลั้นหัวเราะจนแก้มป่องเพราะสีหน้าเหรอหราของอีกฝ่ายและแววตาที่ดูไม่ต่างจากเด็ก ปลายนิ้วลูบผ่านเส้นผ้าไหมพลันหวนนึกถึงอดีตบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหันในความทรงจำ ..ภาพของตัวเขาในวัยเด็กกับการหัดผูกเน็คไทค์ให้ผู้เป็นพ่อ แจจุงผ่อนลมหายใจแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามเจ้าของห้อง

"ผมว่าผูกแบบสองปมน่าจะสวยกว่านะครับ"

"จริงหรอ?" คนฟังพยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับลงมือคลายปมเน็คไทค์ออกแล้วเริ่มพันใหม่ สัมผัสของเนื้อผ้านั้นคุ้นเคยเหมือนกับเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน ร่างเล็กมองตรงที่ปกเสื้อในขณะที่ปลายนิ้วสอดตวัดอย่างเชี่ยวชำนาญ แววตาอบอุ่นอันเป็นที่รักที่พรากจากมานานสร้างความปั่นป่วนราวกับกำลังโดนความคิดถึงตอกย้ำในห้วงจิตใจ ฝ่ามือนุ่มเผลอวางทาบบนเสื้อสูทอย่างลืมตัวและปล่อยให้ลมหายใจลอดผ่านทางริมฝีปาก ยุนโฮยกมือขึ้นลูบผิวเนียนที่ปลายคางพลางเชิดดวงหน้าสวยหวานขึ้นเชยชม สายตาที่ไม่อาจซ่อนความสับสนหรุบลงต่ำพร้อมกับก้าวถอยไปด้านหลัง หัวใจข้างซ้ายที่เต้นไม่เป็นจังหวะของร่างสูงออกคำสั่งโดยอัติโนมัติว่าให้รั้งร่างนั้นแนบตัว

"คุณยุนโฮ..อื.อ.." เสียงใสกลืนลงคอเมื่อคนตรงหน้าก้มลงทาบกลีบปากภายในเสี้ยววินาที แม้ไม่ได้ล่วงล้ำอย่างจาบจ้วงแต่ผลของจุมพิตนั้นก็ทำให้เด็กหนุ่มเผยอหอบจนตัวอ่อน แก้มขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ คนรุกหันไปจูบหน้าผากและแนวขมับอย่างเอาใจ แม้จะสงสัยว่าสายตาเมื่อครู่กำลังคิดถึงเรื่องอะไร แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ต่อว่าการกระทำของเขาก็นึกกับตัวเองว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี

"ชั้นรักนายนะ" อ้อมกอดค่อยๆคลายออกอย่างระมัดระวัง ยุนโฮเลื่อนมือลงอย่างอ้อยอิ่งไปตามลำตัวของเด็กหนุ่ม "ต้องไปทำงานแล้วหละ ..เดี๋ยวตอนกลางวันจะมารับไปทานข้าวข้างล่าง"

"ครับ" พยักหน้าหงึกหงัก เริ่มจะชินกับการหายใจแบบปกติ

"ไม่น่าใส่ตัวนี้เลยรู้มั้ย?" ร่างสูงกระซิบแหย่ที่ริมหูก่อนจะกระตุกกางเกงยีนส์ขายาวที่อีกฝ่ายสวมอยู่ใต้ชุดกระโปรงตัวยาว แจจุงฟาดแขนแข็งแรงดังเพี๊ยะเมื่อนิ้วมือทั้งห้าเริ่มจะซนเข้าไปข้างใน

"ฮะๆ มีอะไรก็โทรหาชั้นนะ เบอร์อยู่บนโต๊ะที่วางโทรศัพท์" คนโดนตีหัวเราะร่วนพร้อมกับยอมปล่อยตัวบางแต่โดยดี เขาหมุนไปคีย์รหัสผ่านประตู และหันมาลาด้วยการบอกรักอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ ดวงตากลมโตจ้องมองไม่กระพริบตามกลไกของทางออกจนกระทั่งมันกลับมาบรรจบกันดังเดิม

บรรยากาศในห้องเงียบสงบเหลือเกินเมื่อเหลือเพียงเขาคนเดียว พื้นที่กว้างหลายตารางวาไม่เหมาะกับจำนวนคนอาศัยแค่หนึ่งเลย และแจจุงค่อนข้างแน่ใจทีเดียวว่ามันอาจจะใหญ่กว่าขนาดบ้านของเขาเสียอีก ขาเรียวก้าวผ่านไปตามทางเดิน เหลือบดูรอบเพดานไปด้วยเพื่อคลายข้อกังขาว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่ใดบ้างหรือเปล่า ฝ่ามือลูบเครื่องเรือนต่างๆอย่างไม่คุ้นเคย จากโถงทางออกวนไปทิศซ้ายด้านห้องนั่งเล่นและห้องครัวก่อนจะหันไปส่วนตรงข้ามที่เป็นห้องนอนของยุนโฮ ประตูชั้นดาดฟ้า และโต๊ะทานอาหารที่ในคราวนี้มีตัวแทนของความรู้สึกดีอย่างดอกเดซี่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า

ร่างบางขยับไปสัมผัสกลีบนิ่มก่อนจะดึงติดมือขึ้นมาช่อหนึ่ง นกตัวน้อยบินมาเกาะข้างหน้าต่างทำให้เขาคิดถึงสายลมเย็นสบายยามยืนอยู่ริมระเบียง คงจะดีไม่ใช่น้อยหากเขาสามารถทำแบบนั้นได้ในห้องที่ทั้งกว้างและโดดเดี่ยวเช่นนี้ แจจุงเบือนหน้าจากภาพในจินตนาการกลับมามองความเป็นจริงบนพื้นที่สี่เหลี่ยม โทรศัพท์สีขาวเห็นสะดุดตาอยู่บนโต๊ะไม้สามขาที่มีทั้งกองสมุดและกรอบรูปวางรวมอยู่เคียงข้างกัน มือเล็กช้อนหยิบกระดาษที่มีเบอร์โทรศัพท์ของยุนโฮขึ้นมาดูก่อนจะวางลงไว้ที่เดิม และเพราะความซุ่มซ่ามนั้นเองที่ทำให้เขาเผลอปัดเล่มสมุดข้างๆจนเซไปโดนกรอบรูปสวยหล่นกระแทกกับพื้น

'แย่แล้ว....' สองมือยกขึ้นปิดหน้าพลางบ่นว่าตัวเองในใจที่ไม่ยอมระมัดระวังให้มากกว่านี้ แจจุงสุดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะก้มลงหยิบกรอบไม้ที่นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นขึ้นมาตรวจดูความเสียหาย โชคยังดีที่พื้นห้องเป็นพรม กระจกด้านหน้าก็เลยไม่แตก แต่ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างชำรุดอยู่ข้างในเพราะไม่ว่าจะลองประกบกันยังไง ส่วนที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมและตัวกระจกก็ยังต่อกันไม่ติดอยู่ดี พอเป็นแบบนี้แล้วก็เริ่มกลับมารู้สึกโทษความไม่ได้เรื่องของตัวเองอีกครั้ง เขาลุกขึ้นวางชิ้นส่วนทั้งหมดไว้ที่เดิมอย่างหมดอาลัย ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่บนแผ่นรูปถ่ายที่ค่อนข้างเก่าพอสมควร

เป็นภาพของชายสองคนในฉากหลังที่ทำให้นึกถึงห้องทำงานเมื่อวาน ร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ด้านซ้ายนั้นเขาจำได้ทันทีว่าเป็นเจ้าของห้อง ในขณะที่ชายชราบนเก้าอี้นวมนั้นเป็นคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน บรรยากาศในรูปนั้นไม่มีอะไรต้องตาเลยนอกจากรอยยิ้มจริงใจของยุนโฮที่เหมือนกับว่ากำลังส่งผ่านมาให้เขา พลันคิดเล่นๆว่าจะเป็นเรื่องอะไรนะที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้แบบนั้น ...ช่างดูเหมือนรอยยิ้มที่เขาคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด ..รอยยิ้มยามที่เอ่ยว่ารักและดวงตาเปล่งประกาย เขาผ่อนมือทิ้งแผ่นภาพไว้ข้างกรอบรูป ดอมดมช่อดอกเดซี่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะวางลงข้างกัน

รักเขาอย่างงั้นหรอ...

...คุณรักคนผิดแล้ว คุณยุนโฮ




อีกไม่นานฝนคงตกเป็นแน่แท้ ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งในยามเช้าถูกหมอกควันของฤดูกาลกลบเกลื่อนจนมืดหม่น เด็กหนุ่มเงยหน้ามองประกายวาบตามกลุ่มเมฆอย่างเหม่อลอย เสียงฟ้าร้องแว่วมาจากที่ห่างไกลก่อนที่หยดน้ำเม็ดแรกจะหล่นกระทบบานหน้าต่างอย่างไม่เป็นจังหวะ ไอเย็นอาบผิวขาวให้ต้องรู้สึกวูบไหวแต่สิ่งที่ทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวกลับเป็นแรงตัณหาที่กำลังบดขยี้ร่างกายของเขาอย่างไม่ปราณี ดวงตาสีน้ำตาลสวยปิดลงอย่างขมขื่นแต่ถึงกระนั้นก็ยังแสร้งครางร้องให้คนซื้อบริการเข้าใจว่าตนมีอารมณ์ร่วมกับเซ็กส์ชั่วคราว

"อ..อ๊าา..คุณลี.." มือเล็กกำแน่นรอบเส้นเชือกที่ขึงให้ทั้งแขนซ้ายและขวากางแยกออกจากกัน พนักเตียงสั่นคลอนในแต่ละครั้งที่โดนแทรกกาย สะโพกสวยถูกเค้นแรงจนขึ้นรอยแดงช้ำ เอวคอดมนที่ไม่เข้ากับรูปร่างผู้ชายบิดเร่าอย่างทรมานเพราะรสนิยมทางเพศของคนบนตัวที่ชอบใช้ความรุนแรง

"ร้องดังๆสิจุนซู แล้วชั้นจะให้ทิปเพิ่ม" ฝ่ายรุกก้มกระซิบที่ริมหู ปลายลิ้นเลียดไล้ไปตามผิวนุ่มและเมื่อคนใต้บัญชาไม่ได้ตอบรับคำสั่งของเขาอย่างทันท่วงที ฟันคมก็ตรงเข้ากัดยอดอกสีหวานในทันทีเพื่อสั่งสอนให้คนเปรอเปรอรู้จักทำตามหน้าที่ ร่างเล็กน้ำตาไหลคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ ได้แต่หันหน้ามองท้องฟ้าและภาวนาให้ชั่วโมงนี้ผ่านพ้นไปเร็วๆ จุนกิกดย้ำความเป็นชายเข้าไปจนสุดตัวพร้อมกับเสียงร้องครวญ สีหน้าเจ็บปวดของคู่นอนไม่ต่างอะไรจากสารกระตุ้นอารมณ์ดิบ และแม้จุนซูจะผ่านเรื่องบนเตียงมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บทุกคราวที่พบกับลูกค้ารายนี้ เพียงเพื่อเงินตัวเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขากัดฟันทนรับพฤติกรรมซาดิสต์

"RRRRRR" โทรศัพท์มือถือลั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะพร้อมกับเสียงริงโทนดังสนั่น เจ้าของเครื่องยังคงไม่หยุดกระแทกกายเข้าหาเขาก่อนที่จะตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูเมื่อมันดังต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่าสามนาที จุนกิชะลอจังหวะร้อนลงพร้อมกับกดรับสายด้วยท่าทีที่ดูใจเย็นผิดปกติ เด็กหนุ่มรู้สึกปวดระบมไปหมดแม้คนทำจะหยุดขยับบนร่างเขา

"ฮัลโหล สวัสดีครับพ่อ"

"ไง ทำอะไรอยู่ หืม?..ได้ข่าวว่าออกไปจากออฟฟิศตั้งแต่เที่ยง" เสียงใหญ่ดังกังวานเปี่ยมไปด้วยอำนาจแม้จะได้ยินผ่านทางโทรศัพท์ คนฟังเลื่อนสายตามองคู่นอนที่ทั้งสองมือถูกตรึงไว้กับหัวเตียงทำให้ขยับไปไหนไม่ได้และยังมีส่วนกลางของเขาเชื่อมติดกันอยู่

"ก็.. ออกมาหาอะไรทำแก้เครียดน่ะครับ"

"อยู่โรงแรมหรอ?" ปลายสายพูดขึ้นอย่างรู้ใจ

"ครับ"

"นี่พ่อโทรมาขัดจังหวะแกรึเปล่าเนี่ย ฮะๆ"

"ไม่หรอกครับ..." สะโพกหนาขยับออกเล็กน้อยพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเงียบๆ จุนกิพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ ถ้ายังอยู่ในช่องทางอบอุ่นของจุนซู ..ร่างโปร่งถอนตัวออกมาอย่างค่อนเสียดายก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกนอนและเอนหลังพิงศีรษะกับพนักเตียง เพราะเป็นคนในครอบครัวจึงต้องให้ความสนใจมากกว่าคนอื่น

"งั้นก็ดีละ ไปเกาหลีเหนือเป็นยังไงบ้าง เล่าให้พ่อฟังหน่อยสิ"

"ก็ดี.. น่าเบื่อดีครับ"

"แล้วประชุมหละ?"

"นั่นยิ่งน่าเบื่อใหญ่" เสียงทุ้มตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิด

"ฮะๆ ทำไมหละ?" คนเป็นพ่อหัวเราะครืน

"ก็คุณคังน่ะสิ เอะอะอะไรก็ไอ้ยุนโฮ ไม่ไว้หน้าผมเลย.. ขนาดมันไม่มาตามนัดวันแรก ท่านยังไม่ว่าเลย!" พ่นลมออกมาอย่างหัวเสีย จุนกิเหลือบไปมองร่างเล็กที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่ง "ผมก็เลยกลับก่อนซะเลย ..นี่ถ้ามันได้เป็นเจ้าของบ่อนแทนไหว่เจิ้น ผมไม่ยอมแน่!"

"แล้วแกจะเอายังไงหละ?"

"ไม่รู้สิฮะ.. ก็ว่าจะดูไปก่อน ต้องรอปลายเดือนถึงจะรู้ผล" มือกร่างเลื่อนไปแกะเส้นเชือกสีแดงที่ข้อมือข้างซ้ายของจุนซูออก ดวงตาเรียวเล็กสะท้อนแววประหลาดใจอย่างไม่ปิดบัง

"แกน่ะ เป็นถึงหุ้นส่วนที่นั่น ถ้าคุณคังไม่เลือกแกก็แสดงว่าท่านยังอคติกับพ่ออยู่ ฮะๆ"

"ผมก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้นนะ.. เฮ้อ.. คุณคังนี่ก็อะไรก็ไม่รู้ กล้าให้ไอ้คนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างยุนโฮดูแลธุรกิจพันล้านได้ยังไง"

"สงสัยจะโดนไอ้ยุนวูกล่อม"

"ผมละเกลียดมันจริงๆเลย เกลียดบอดี้การ์ดมันที่ชื่อมิกกี้ด้วย ..นี่พ่อรู้มั้ย ตอนที่กำลังประชุม ไอ้หัวเกรียนนั่นมันเรียกผมว่าอะไร?" คิ้วเรียวขมวดเข้าชนกัน

"อะไรหละ?"

"มันเรียกผมว่า ไอ้หน้าจืด กลางห้องเลย.. ไอ้มินฮงกับเรียวเฮก็อยู่ ผมละอยากจะฆ่ามันจริงๆเลย" อาการเคียดแค้นไม่ได้แสดงออกทางคำพูดเท่านั้นแต่ยังรวมถึงสายตาและกำปั้นข้างขวาที่กำลังกำหมัดแน่น เด็กหนุ่มเห็นแบบนั้นก็รีบแกะเชือกมัดที่ข้อมืออีกข้างเพราะกลัวลูกหลง

"ให้พ่อจัดการให้มั้ยล่ะ?"

"มันเป็นบอดี้การ์ดไอ้ยุนโฮ.."

"แกกลัวมันหรอ?" ปลายสายพูดสวนขึ้นมาในทันที จุนกิถอนหายใจช้าๆก่อนจะพูดต่อ สีหน้าอยู่ระหว่างความไม่พอใจและเป็นกังวล

"ไม่ใช่อย่างงั้น.. คุณคังน่ะชอบย้ำเสมอว่าห้ามมีเรื่องกันเองในกลุ่ม ถ้าพ่อไปเก็บมัน ไอ้ยุนโฮได้เอาไปฟ้องท่านแน่ แล้วทีนี้เราได้ซวยกันพอดี"

"อ่อ---" คนฟังลากเสียงยานครางเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้หลังจากที่ลืมไปนาน

"ถ้าไม่งั้นผมก็เก็บมันไปตั้งนานแล้ว..เหอะ พูดแล้วหงุดหงิดชะมัด"

"งั้นไปจัดการครอบครัวมันแทนเป็นไง" ผู้เป็นพ่อเสนอทางเลือกราวกับว่ามันเป็นเรื่องทั่วไป

"มันเป็นเด็กกำพร้าเหมือนไอ้ยุนโฮนั่นแหละ"

"แล้วมันมีแฟนมั้ยหละ?"

"แฟนหรอ.." ร่างสูงหันไปมองคนข้างตัวที่กำลังแก้ปมสุดท้ายบนข้อมือ อาจจะเป็นความโชคดีของจุนซูที่ไม่เคยรับรู้ชีวิตเบื้องหลังของคนซื้อบริการรายนี้ แต่นับว่าเป็นเรื่องโชคร้ายที่ไม่ได้รู้ว่าตัวเองกำลังหลงเข้าไปอยู่ในวังวนอันตรายอย่างไม่ได้ตั้งใจ "ผมคิดว่ามี"

"หาชื่อกับหน้ามันมาให้พ่อ ..เดี๋ยวพ่อจัดการให้เอง" ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ความหมายนั้นเด่นชัด จุนกิจ้องมองเนื้อตัวฟกช้ำของร่างบางพลางเหยียดยิ้มที่อีกฝ่ายอาจไม่ทันเห็น เขาขยับไปคร่อมลำตัวผอมเพรียวอย่างรวดเร็วราวกับจิ้งจอกล่าเหยื่อ มือข้างหนึ่งกุมโทรศัพท์ไว้แน่น ในขณะที่อีกข้างบีบเบาๆที่ปลายคางมนของคนที่กำลังจะกลายเป็นอาหารแสนโอชะ ดวงตาเรียวรีถ่ายทอดความตื่นกลัว แต่ร่างกายขาวนวลนั้นแน่นิ่งเพราะไม่อาจต่อต้าน

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่อยากรบกวนพ่อ.. ขอผมจัดการเองดีกว่า"

ฝนยังไม่ทานขาดเม็ดดีเลยตอนที่เขาถูกพามาส่งที่ริมถนนย่านศูนย์การค้า เด็กหนุ่มพยายามเดินเลี่ยงอากาศเย็นชื้นแต่ก็ทำได้แค่หลบไปตามต้นไม้ข้างทางเท่านั้น เขารีบสาวเท้าไปตามพื้นคอนกรีตที่กลายเป็นสีกระดำกระด่างเพราะแอ่งน้ำและรอยเปื้อนดิน ร่างเล็กวิ่งฝ่าสี่แยกอย่างไม่ลังเลเมื่อเห็นว่ารถที่กำลังขับมานั้นอยู่ในระยะห่างพอที่จะไม่เป็นอันตรายต่อเขา ก่อนจะเดินลัดเลาะไปตามแนวกันสาดของอาคารสูงตระหง่าน ผ่านมินิมาร์ทที่เขาเคยซื้อขนมมันฝรั่งกลับไปทานบนห้องขัง ซึ่งในคราวนี้แม้จะหิวแต่ก็ทำได้แค่มองเพราะไม่มีเงินติดตัวซักวอนเดียว เขาเพิ่งรับงานพิเศษมาแท้ๆ แต่กลับโดนผู้ซื้อบริการต่อรองว่าจะให้ค่าจ้างของเขาในวันพรุ่งนี้แทน อาจจะฟังดูไร้เหตุผลแต่เมื่อฝ่ายนั้นรับปากว่าจะเพิ่มค่าทิปให้อีกเท่าตัว เขาก็เลือกที่จะพยักหน้ายอมรับอย่างว่าง่ายแทน

สองเท้าวิ่งทอมาจนถึงหน้าประตูกระจกที่สามารถเลื่อนเปิดได้เองตามระบบอัติโนมัติ เรือนผมสีน้ำตาลแก่ดูไม่เป็นทรงเพราะเปียกฝนแถมยังวิ่งทางไกลอีก เด็กหนุ่มได้แต่เสมองไปทางอื่นเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโดเพ่งเขาราวกับเห็นสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะจักรวาล แต่มันคงจะแปลกมากจริงๆแหละที่เด็กผู้ชายธรรมดาๆอย่างเขาสามารถเข้ามายืนกดลิฟต์ในสถานที่หรูหราแบบนี้ได้ทั้งๆที่ใส่แค่เสื้อผ้าราคาถูกแล้วยังหน้าตามอมแมมอีก ร่างบางยิ้มแหยให้การ์ดคนเดิมที่ยังมองเขาไม่เลิกก่อนที่ลิฟต์จะปิดประตูลงแล้วพาขึ้นไปยังชั้นปลายทาง โดยไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าสายตาของเจ้าพนักงานนั้นมีอะไรมากกว่าที่เขาเข้าใจ

ทางเดินเงาวับสะท้อนเสียงรองเท้าผ้าใบดังก้องไปทั่วบริเวณ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้ยินเสียงย่างเท้าหนักหน่วงจากที่ใดซักแห่งใกล้ๆตัว มือเล็กจัดทรงเสื้อยืดให้เรียบร้อยพร้อมกับสะบัดผมตัดสั้นให้ดูเข้าที่เข้าทางมากกว่าเดิม เด็กหนุ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกตอนที่รู้ว่าตนได้เดินมาถึงหน้าประตูห้องพักเลขที่เก้าศูนย์สี่แล้ว เขายิ้มให้ตัวเองเล็กน้อยก่อนจะหมุนลูกบิดก้าวเข้าไปข้างใน บรรยากาศของห้องนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยดีเพราะเขาได้ลงมือเก็บกวาดพื้นที่ไว้แล้วก่อนจะออกไปข้างนอก ร่างบางหันไปผลักประตูปิดก่อนที่จะพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อดวงตาดุดันแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับออกแรงเตะบานไม้จนมันไถลไปชนกับกำแพงเสียงดังสนั่น ปากแดงอ้าค้างด้วยความตกใจกลัวและกว่าที่เขาจะได้สติกับภาพตรงหน้า เสียงทุ้มแหบห้าวก็คำรามดังลั่นราวกับจะฆ่าเขาเสียตรงนั้น

"นายออกไปไหนมาจุนซู! จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย!!" ยูชอนพูดพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้อง อันที่จริงมันน่าจะเป็นการตวาดมากกว่า เขาหันไปทุ่มกระเป๋าเหล็กลงกระแทกกับพื้น ร่างสูงโปร่งกำหมัดแน่นอย่างโกรธจัด ใบหน้าขึ้นสีเลือดเพราะโทสะในขณะที่คู่สนทนาพยายามถอยห่างไปเรื่อยๆเพื่อความปลอดภัย

"ค..คุณยูชอน" เสียงใสเรียกชื่อด้วยความตระหนก ท่าทีโกรธจัดนั้นทำให้อีกฝ่ายดูต่างไปจากเจ้าของห้องคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังเดือดดาลเพราะเรื่องอะไร ร่างบางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วยจังหวะปกติ เขาก้าวขาไปทางด้านหลังเรื่อยๆแม้จะทรงตัวลำบากบนลำตัวที่สั่นเทา ความรู้สึกหนังอึ้งกำลังถาโถมใส่รอบตัว ดูเหมือนว่ามันจะผนวกเข้ากับผนังสี่เหลี่ยมรอบตัวเขาและปล่อยรังสีอาฆาตใส่แม้กระทั่งตอนที่บทสนทนาเงียบไปเป็นนาที

"ชั้นบอกแล้วใช่มั้ย ว่าห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด ชั้นบอกนายแล้วใช่มั้ย!!!" เหมือนกับคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ชายหนุ่มไม่แม้แต่รอให้อีกฝ่ายอ้าปากพูด เขาพุ่งตรงเข้าไปหาร่างหวาดผวาราวกับสิงโตกระชากเหยื่อก่อนจะพยายามคว้ามือทั้งสองข้างไว้ แต่ก็ทำได้เพียงสัมผัสอากาศเมื่อคนตัวเล็กเลือกที่จะวิ่งหนีไปแทนที่จะรออยู่เฉยๆ คงเหมือนกับกระต่ายที่กำลังหาทางเอาตัวรอด จุนซูพบว่าตัวเองกำลังลังเลอย่างหนักว่าจะรับมือกับอารมณ์อันตรายนี้อย่างไรดี

"ก็ผมทำงานเสร็จหมดแล้ว.."

"แล้วไง! ชั้นอนุญาตให้นายออกไปข้างนอกรึยังไง?!!" กระเป๋าทำงานใบหนักถูกเตะจนกระเด็นไปไกลราวกับเศษกระดาษ ความรุ่มร้อนในอกทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นของเกะกะสายตา ยูชอนหันไปหาโต๊ะไม้ตัวเล็กก่อนจะหงายมันจนคว่ำราบลงไปกับพื้น เล่มสมุดกับรูปปั้นหินหล่นกระจายไปคนละทิศละทาง หนึ่งในนั้นไหลมาไกลจนชนกับเท้าเปลือยเปล่าของร่างเล็ก ปากแดงอิ่มพร่ำพูดให้อีกฝ่ายควบคุมสติ เขารู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบทั้งๆที่ในห้องมีกันอยู่แค่สองคน แม้ในยามที่ร่างสูงนิ่งเงียบก็ช่างดูเหมือนเชือดใจ และในตอนนั้นเองที่เขาเหลือบไปเห็นว่ากระเป๋าเหล็กใบนั้นได้คายเอากระบอกปืนนับสิบออกมากองเรี่ยราดบนพื้นพรม

"นายออกไปทำอะไร! พูดความจริงมาเดี๋ยวนี้!" ท่าทีคลุ้มคลั่งสงบลงแม้จะยังมีประกายไฟคุกกรุ่นอยู่ในดวงตา ถึงกระนั้นจุนซูก็ยังรู้สึกถึงกลิ่นไอของความน่ากลัวที่ยังคงอบอวลอยู่ในห้องนั่งเล่นและกำลังชอนไชเข้ามาตามผิวหนังของเขา มือเล็กยกขึ้นกางระดับอก เขาไม่แน่ใจว่าจะเอามันยัดเข้าปากหรือสวดมนต์ภาวนาดี

"คุณยูชอน... เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังดีกว่ามั้ย?"

"ทำไม? คิดข้อแก้ตัวไม่ออกรึยังไง!!" เสียงทุ้มห้าวตวัดถามอย่างเอาเรื่อง เขารู้สึกถึงมันอีกแล้ว ปีศาจร้ายในตัวที่ออกมาเพ่นพ่านยามโมโห

"ไม่... คือ ผมว่าเอาไว้คุยกันตอนคุณใจเย็นกว่านี้ โอเคมั้ย?" จุนซูยังคงเสนอทางเลือกแม้ว่าจะเห็นเปลวแสงแห่งความหวังเพียงริบหรี่ เขาหวังว่าการประวิงเวลาจะช่วยทำให้อารมณ์เฉียดร้อยองศาของยูชอนเย็นลง อย่างน้อยซักเสี้ยวหนึ่งก็ยังดีเพราะน่ากลัวเหลือเกินว่าอาการไม่ยั้งคิดในตอนโกรธจะทำให้อีกฝ่ายหันไปหาปืนแล้วหยิบมันขึ้นมาจบชีวิตเขาแทนที่จะใช้เหตุผลคุยกัน

"ชั้นจะคุยตอนนี้"

"ผมขอโทษครับคุณยูชอน..." สูดลมหายใจจนไหล่เกร็ง ร่างบางกรอกตามองซ้ายขวาพร้อมกับถอยตัวไปอีกหลายก้าว นาฬิกาบนผนังส่งเสียงกลไกเป็นจังหวะ ระยะเวลาภายในหนึ่งช่วงเข็มเขาจะจะสามารถกระโดดไปทางไหนได้บ้างนะ ห้องครัวไม่มีที่ซ่อน และประตูทางออกก็ไกลเกินไป ต้องหนีเข้าห้องนอนเท่านั้น "..แต่ผมจะไม่คุยตอนนี้"

สองขาออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาจะทำได้ จุนซูรู้สึกเหมือนกำลังเดินทรงตัวอยู่บนเส้นด้าย เขากลั้นหายใจอย่างเดียวแล้วหนีไปหาห้องนอนโดยไม่หันไปมองคู่กรณี ซึ่งนั่นถือเป็นการประมาทขั้นร้ายแรง เพราะทั้งพละกำลังและความเร็วของเขาติดลบเสมอเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย ยูชอนพุ่งเข้าไปหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วราวกับสวมสันชาตญานของสัตว์ป่าที่ไม่ได้มีแต่ความว่องไวแต่ยังรวมถึงไหวพริบในการล่า ฝ่ามือดุจกรงเล็บตวัดกระบอกปืนเงาวับขึ้นมาจากพื้น และเมื่อเขาหันมาประจันหน้ากับคนคิดหลบหนี ดวงตาอันมืดดำนั้นก็แทบจะมองไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากความเดือดดาล

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!" ลำกล้องตั้งตรงมาทางจุนซู อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงที่ปลอดภัยแล้วแท้ๆ แต่เขากลับต้องเดินถอยหลังออกไปอีก ใบหน้านวลสวยขาวซีด นี่เป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวที่สุดอย่างไม่ต้องคิดและทำให้เขาเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างหลังรูปลักษณ์ที่ก่อนเคยคุ้นเคย

"คุณยูชอน.."

"ชั้นจะคุยเดี๋ยวนี้ เข้าใจมั้ย?" โทนเสียงต่ำลงกว่าที่เคย ยูชอนกรอกตาอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังสับสนแต่ท่าทีคุกกรุ่นนั้นมั่นคง เขาผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง พยายามสะกดอารมณ์ในตัวที่ไม่ต่างจากน้ำร้อนเดือดปุดๆ สองปีที่แล้วเขาเคยขาดสติจนแทบบ้าคลั่งมาแล้วและมันกำลังกลับมาอีกครั้งแม้ว่าเหตุการณ์จะต่างกัน ในสมองมีแต่คำถามว่า ทำไม! ทำไม!! จุนซูถึงทำแบบนี้กับ โกหกเขาหน้าตายมาสองวันเต็มและเขาได้ให้โอกาสเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมทำตามแต่โดยดี ตลอดวันนี้เขาภาวนาอยู่ในใจว่าไม่อยากรับรู้เรื่องอีกฝ่ายขัดคำสั่ง แต่พอพนักงานรักษาความปลอดภัยโทรมารายงานในตอนบ่าย เขาก็ตัดสินใจในทันทีว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปอีกครั้งแน่

"ตกลงครับ..ตกลง แต่เก็บปืนก่อนได้มั้ย?" ร่างเล็กพูดต่อรองแต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่ได้ฟังคำขอของเขาเลย

"นายทำอย่างนี้ทำไม จุนซู?.. ทั้งๆที่ชั้น อุตส่าห์ไว้ใจนาย"

"ผมขอโทษครับคุณยูชอน.. แต่เก็บปืนก่อนเถอะ" มือเรียวยกขึ้นปราม เขาก้าวขาไปทางด้านหลังและในคราวนี้ไม่มีความคิดเรื่องหนีอยู่ในหัวเพราะกระบอกปืน

"ชั้นโกรธมากรู้มั้ย?" แว่บหนึ่งที่คนฟังรู้สึกเหมือนเห็นความปวดร้าวในแววตาคู่นั้น แต่เมื่อยูชอนก้มหน้ามองที่พื้น ร่างตรงหน้าเขาก็กลายเป็นปริศนาอีกครั้ง

"ผมขอโทษครับ"

"แล้วนายนอนกับคนอื่นทำไม?!" เสียงทุ้มตวัดถามในทันที ขอโทษอย่างงั้นหรอ นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดของนายรึไง? มันหมายความอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่าในเมื่ออีกฝ่ายขัดคำสั่งเขามาตลอด

"ก็ผมต้องใช้เงิน---" จุนซูกัดฟัน พยายามที่จะรักษาน้ำเสียงอย่างยากลำบากเพราะความหวาดกลัวที่ผสมอยู่กับความรู้สึกบางอย่างและได้กลายเป็นอารมณ์ที่ไม่มีชื่อเรียก ระยะของคนทั้งสองนั้นห่างเพียงอากาศกั้น แต่จำนวนก้าวแค่ไม่กี่ก้าวนั้นหนักอึ้งและยาวนาน

"แล้วที่ชั้นให้มันไม่พอรึไง?"

"ผมต้องช่วยพี่ชายนะ" เขาสะกดทีละคำออกมาอย่างสุดกลั้น ลมหายใจถี่เร็วทำให้แก้มใสทั้งสองข้างขึ้นสีแดง ร่างเล็กไม่รู้ตัวเลยว่าหยดน้ำตาได้ไหลออกมาถึงปลายคางแล้ว ดวงตาเรียวรีสะท้อนแววของความเจ็บปวด และความเปราะบางนั้นได้สะกดให้ยูชอนวูบไหวอย่างแปลกประหลาด ราวกับโดนบางสิ่งที่มองไม่เห็นทิ่มแทงเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขากำลังต่อกรกับอารมณ์บางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บลึก ...ในหัวใจ

จุนซูปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้า ท่อนขาสั่นเทาอยู่ในกางเกง เขารู้สึกอย่างแรงกล้าว่าตัวเองกำลังเหลวแหลกกลายเป็นแอ่งน้ำที่รวมเอาความรู้สึกทุกอย่างไว้รวมกัน ทั้งความสับสนในชีวิต ความกลัวในสิ่งไม่แน่นอน ความรักที่เขามีให้ครอบครัว สิ่งไหนคือสิ่งที่ควรหรือไม่ควร อะไรคือเรื่องถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ..ไม่อาจแน่ใจได้ เมื่อคนที่ตัดสินไม่ใช่ตัวเองเขาเอง

บรรยากาศที่เงียบลงทำให้สองหัวใจเต้นช้าลงด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน สิ่งที่สื่อสารกันอยู่นั้นเหมือนเส้นด้ายอ่อนบางแต่กลับรัดเป็นปมข้าหากันแน่น ยูชอนทอดมองดวงน้ำเล็กๆบนพื้นพรมก่อนจะลดปืนลง สองขาก้าวออกไปอย่างเหม่อลอยและกว่าที่เขาจะรู้สึกตัว ร่างสูงโปร่งก็ได้มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าคู่สนทนาเสียแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มไล่มองไปตามเรือนผมชื้นฝนและเสื้อผ้าที่เขาเป็นคนซื้อให้ รอยแดงที่ดูเหมือนโดนขบกัดแอบซ่อนอยู่ที่ข้างซอกคอ ...เขารู้สึกถึงมันอีกแล้ว ..อะไรบางอย่างที่ทำให้ขั้วหัวใจบิดเป็นเกลียว มือหนาเลื่อนขึ้นหาคราบน้ำตาบนแก้มใส เพียงแค่เอื้อมแต่กลับไม่กล้าแตะต้อง

"ชั้นเข้าใจนายนะ.." เสียงทุ้มกล่าวปลอบโยน เขาเดินถอยออกมาเล็กน้อยเมื่อจุนซูเปิดตาขึ้นมอง "แต่นายขัดคำสั่งชั้น คิดว่าชั้นควรทำยังไงดี?"

"..ลงโทษผม" ร่างเล็กยักไหล่เหมือนพูดกับตัวเอง พวงแก้มเป็นสีชมพูอ่อน เขารู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อกระบอกปืนหายเข้าไปอยู่ในเสื้อสูทแต่ถึงกระนั้นก็ยังกลัวอารมณ์ขึ้นลงของอีกฝ่าย ..ขอแค่ผ่านวันนี้ไปได้ก็พอ แล้วพรุ่งนี้เขาก็จะทำตัวเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิตของยูชอน.. ร่างสูงยกมือขึ้นสัมผัสแผ่วเบาตรงปลายคาง ลูบไล้ผ่านริมฝีปากขึ้นไปตามสันจมูกและเนินหน้าผากราวกับกำลังสำรวจความอ่อนหวานที่เขาไม่เคยรู้จัก ดวงตาสีน้ำตาลสวยหรี่ลงเมื่อฝ่ามืออุ่นโอบอุ้มเขาไว้อย่างแนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวที่เริ่มเข้ามาใกล้ทำให้เขารู้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้านั้นคงไม่มากนัก และเมื่อกลีบปากอันอ่อนนุ่มบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียวก็ราวกับก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าอ่อนๆแล่นปราดไปทั่วกาย

"อึ..อือออ..อ..." ลำตัวเพรียวบางบิดวาบเพราะสัมผัสแปลกใหม่ จุนซูบรรยายไม่ถูกว่ามันทำให้เขารู้สึกอย่างไร เขาไม่ได้คิดหนีแต่ก็โดนท่อนแขนแข็งแรงโอบล็อกรอบเอวไว้ ในขณะที่ดวงตาถูกปิดบังด้วยฝ่ามือกว้างใหญ่ของชายหนุ่ม เรียวลิ้นรุกล้ำเข้ามาอย่างอ้อยอิ่ง กวาดชิมรสชาติหอมหวานของจุมพิตแสนบริสุทธิ์อย่างไม่รีบร้อน ภาพแววตาที่มองไม่เห็นนั้นเป็นปริศนา มันเป็นการปิดบังหรือเปิดเผยกันแน่ เป็นปราการหรือประตู ..น่ากลัวว่าร่างกายที่กำลังอ่อนระทวยได้ตัดสัญญานของสติสัมปชัญญะออกไปจนหมดสิ้น นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นกุมรอบแขนเสื้อสูทไว้เป็นที่ยึด แผ่นหลังบางถูกช้อนขึ้นมาในอ้อมอก ดวงตาของเขาได้อิสรภาพกลับคืนมาอีกครั้งพร้อมกับแรงฉีกทึ้งของเสื้อผ้าบนตัว

..นี่คงเป็นบทลงโทษของเขา

ร่างผอมขยับตัวขึ้นเล็กน้อยให้อีกฝ่ายถอดกางเกงยีนส์ออกไปจากขาเขา สองมือยื้อเสื้อหรูออกมาจากลำตัวของคนคร่อม จัดการไปพร้อมกันจนร่างของทั้งคู่เปลือยเปล่าทาบทับกัน ยูชอนเงียบเหลือเกิน.. คงเพราะโกรธมากถึงไม่ยอมมองหน้าเขาเลย แต่ทำไมนะ สัมผัสที่ได้รับจากริมฝีปากอิ่มนั้นถึงได้นุ่มนวลอย่างแปลกประหลาด

เนินอกสีกุหลาบแอ่นเร่ารับลิ้นร้อน ชายหนุ่มพาดเรียวขาไว้บนไหล่ก่อนจะกดตัวลงมาจนหัวเข่าทั้งสองข้างของฝ่ายรับแนบติดลงกับหมอน จุนซูรู้สึกจุกขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ มันผาดโผนมากเสียจนน่ากลัวว่าเขาจะเอวหักเสียก่อนที่อีกฝ่ายจะถึงจุดสุดยอด ปากแดงเม้มแน่นเมื่อความใหญ่โตเตรียมตัวรุกล้ำเข้ามาในกาย ร่างสูงผ่อนลมหายใจเบาๆ กล้ามเนื้อเกร็งแน่นรับส่วนแข็งขืนเข้าไปอย่างยากลำบาก แต่หลังจากนั้นไม่นานทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในสภาพปกติ เสียงเตียงไม้ เสียงคราง ทุกอย่างรวมอยู่ในห้องกว้างที่เป็นดั่งจักรวาลของคนทั้งสอง ..จักรวาลที่มีสีดำมืดน่ากลัวแต่เต็มไปด้วยดาวระยิบระยับนับล้านดวง

"อื๊ออ..อ๊ะ..อ๊าาา.." หน้าหวานพร่างพราวไปด้วยหยดเหงื่อทั้งของเขาเองและของยูชอน มันเจ็บจนเขาได้แต่นอนร้องครวญ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะงานพิเศษที่ทำกับคุณลีหรือเปล่า แต่เขารู้สึกปวดระบมไปหมดราวกับร่างกายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ มือเล็กควานจับไปรอบทิศ หาอะไรบางอย่างเป็นที่ยึดเพื่อระบายความแสบร้อนแต่กลับคว้าได้เพียงอากาศเมื่อร่างสูงโปร่งฉวยข้อมือเขาไว้แล้วจับมันมาพาดรอบคอ ม่านน้ำตาอันท่วมท้นทำให้เขามองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

"เจ็บหรอจุนซู?"

"ไม่ครับ.. ไม่เจ็บ.. "

"กอดชั้นแน่นๆ ถ้านายเจ็บ"

"คุณยูชอน.." ร่างบางส่ายหน้าตอบเบาๆก่อนจะร่นมือลงลูบไปตามท่อนแขนแข็งแรงของชายหนุ่ม ดวงตาสีน้ำตาลหลับสนิทและเมื่อรสจูบอันอ่อนนุ่มถูกป้อนแนบริมฝีปากเป็นครั้งที่สอง เรือนกายของทั้งคู่ก็บดเบียดเข้าหากัน ..ครั้งแล้ว ครั้งเล่า

เขารู้ตัวดีในทุกๆจังหวะที่กดย้ำลงไป แต่กลับไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงติดค้างเหมือนกับแก้วน้ำที่เติมยังไงก็ไม่เต็ม บางทีอารมณ์โกรธเคืองอาจจะทำให้ก้นแก้วของเขาแตก หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเหมาะกับน้ำเปล่ามากกว่าไวน์ รูปร่างสมส่วนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั่งหลังงออยู่ตรงปลายเตียง ยูชอนพบว่าตัวเองกำลั่งนวดขมับเพราะความรู้สึกบางอย่างที่กำลังเล่นงานเขาอย่างเงียบๆแต่เนิ่นนาน มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เห็นน้ำตาจุนซูและจนถึงตอนนี้มันก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจนพอเห็นกระจกที่เขาใช้ส่องเวลาแต่งตัว ใบหน้าอ่อนวัยกำลังหลับใหลและดูอ่อนแรง

มือกร่างหันไปหยิบเสื้อสูทขึ้นมาปัด ริ้วผ้าสีขาวกระจัดกระจายอยู่บนพื้น เขามองมันอย่างไม่เข้าใจนักก่อนที่ของแข็งภายใต้เสื้อเขาจะเลื่อนหลุดออกมาจนเกือบหล่น แน่นอนว่ายูชอนคว้ามันได้ทัน กระบอกปืนสีมันวาวนอนแผ่อยู่ในฝ่ามือราวกับรอการใช้งาน ปลายนิ้วลูบอย่างมั่นคงไปตามลำกล้อง เขาเหลือบตาขึ้นมองเงาสะท้อนของจุนซู คนที่ครั้งหนึ่งได้ตกอยู่ในห้วงภาวะขาดสติของเขา หากในเวลานั้นเขาเหนี่ยวไกออกไปจริงๆจะเกิดอะไรขึ้นนะ ร่างสูงคิดแล้วก็จับมันไว้มั่นพร้อมกับยกขึ้นเล็งไปที่บานกระจก ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่บนร่างผอมบาง ..สิ่งที่ดังกังวานอยู่ในห้องนอน มีเพียงความเงียบ และอาวุธปืนที่ไร้กระสุน

ลมหายใจบริสุทธิ์และสัตว์ร้ายที่ไม่มีเขี้ยวเล็บ

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

เนื้อหาตอนอื่นสามารถติดตามได้ที่ http://my.dek-d.com/writer/story/view.php?id=266931

ขอความกรุณาอย่าอ่านฟรีนะคะ ^_^


edit @ 2007/08/20 19:45:34

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หนุกมากค่ะ หื่น อิอิ
ยุนแจน่ารัก

#1 By นุ่น (125.24.78.224) on 2007-08-24 21:34

สงสารคนสวยจัง (แต่อึ้ยย์ดี)

#2 By wongdee (124.121.151.114) on 2007-08-28 15:45

สงสารยุนอ่ะ แจก้อช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

#3 By soda (202.28.35.1 /192.168.202.150) on 2007-09-03 01:20

ยุนน่ารักมากเลยค่า ชอบๆๆ
ขอ nc แบบแรงๆอีกนะค่ะชอบมากเลย
นี่เมลล์ค่าถ้าอยากรู้จัก yoosa_@hotmail.com

#4 By (203.113.77.132) on 2007-09-25 14:52

ยังไม่ได้อ่านเลยอะ รอซื้อเล่ม2 เท่านั้น
แต่มาเป็นกำลังใจให้

#5 By Aj (203.130.134.132) on 2007-11-14 15:30

ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้อ่ะ
ตอนนี้เลือดกำลังพุ่ง อย่างรุนแรง

ฮิ ๆ

[เราเปิดตอนที่ 36 ไม่เจออ่ะทำไงดีค่ะ
เลยใช้จินตนาการอ่านไปก่อนsad smile]

#6 By paparazzynemo (87.237.221.26) on 2008-08-15 17:17

เราชอบฟิคเรื่องนี้มากเลยอ่ะ แต่งภาษาได้สวยจิงเลยเราชอบมากมาย แล้ว NC ตอนอื่นอ่านได้ที่ไหนอ่ะคะ เพราะว่ามันไม่ต่อกันอ่ะ อ่านแล้วมันค้างอ่ะ 555+
แล้วแต่งมาเรื่อยๆ น๊า

#7 By กุ๊กกู๋ (124.121.220.12) on 2008-09-01 13:29

อยากจะรุว่าเนื้อหาตอนอื่นๆสามารถอ่านได้ที่ไหนอ่ะคะ

ใครรุช่วยบอกหน่อยจิ ชอบเรื่องนี้มากๆเลยอ่ะ

ยังไงรีบกลับมาแต่งเร็วๆนะคะ

#8 By ลาลา (124.120.212.99) on 2008-09-08 11:30

พี่น้ามจ๋า ฟิคพี่สวยงามมากเลยยยยยยยยยยยยยยย

ยุนแจจงเจริญญญญญญญญญญญญ

#9 By นู๋ดีดี๊ด้า (203.148.249.118) on 2008-09-11 19:49

NC ตอนอื่นๆ หาอ่านได้ที่ไหนอ่ะคะ

อ่านตอนอื่นมาเหลือแต่พวก Nc มันต่อเรื่องไม่ได้อ่ะ

ค้างอย่างแรงอ่ะ คะ ไรเตอร์รีบๆอัพน้า

#10 By huhulala (124.120.197.179) on 2008-09-26 01:38

หา nc ตอนอื่นๆๆ ไม่เจอ อ่า ไรเตอร์


อยากอ่าน ม๊ากกconfused smile

#11 By YYYYY (124.121.164.206) on 2009-11-14 18:24