I made this widget at MyFlashFetish.com.

Daisy 33 ((NC - 17*2))

posted on 20 Aug 2007 17:33 by michan  in Daisy-Nc




ตั้งแต่วินาทีที่เขาเห็นแจจุงหมดสติอยู่ในอ่างน้ำ หัวใจข้างในอกก็เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะมาตลอดจนถึงนาทีนี้ ยามที่เขากำลังเร่งผายปอดให้ร่างอ่อนปวกเปียกกลับมาหายใจด้วยตัวเองอีกครั้ง ส่วนสมองตัดการรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจนหมดสิ้น เหลือแต่เพียงความคิดที่ตอกย้ำซ้ำๆว่าต้องทำให้ใบหน้าอ่อนหวานนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาให้ได้ ไม่ใช่เรื่องสำคัญหากเสื้อสูทราคาร่วมแสนจะต้องมาเปียกปอนจนหนักอึ้ง ไม่ใส่ใจแม้สายน้ำเยียบเย็นจะยังคงหลั่งทะลักออกมาไม่หยุดจนท่วมท้นไปตามแนวพื้น




ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมาจากริมฝีปากสีซีด เสียงทุ้มพร่ำเรียกชื่อของอีกฝ่ายอย่างปวดใจ ผ่านมาร่วมหลายนาทีแต่ยังคงไร้วี่แววว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว หยดน้ำตาร่วงผล็อยลงอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ฟันขาวกดกัดลงบนกลีบปากของตัวเองจนรับรู้ได้ถึงรสชาติคาวปร่าที่ไหลย้อนลงคอ ฝ่ามือหนาเลื่อนกระชับเนื้อเย็นลื่นให้แน่นขึ้นอีก หากพระเจ้ามีจริง ได้โปรดช่วยให้แจจุงตื่นขึ้นมาด้วยเถอะ
...ขอได้โปรดส่งผ่านความอบอุ่นทั้งมวลให้ร่างกายบอบบางนี้กลับมาแข็งแรง ปลอดภัย




...ได้โปรดช่วยชีวิตคนรักของเขาด้วยเถอะ




"แจจุง...ลืมตาเถอะ... ขอร้องหละ.." ร่างสูงก้มลงประกบปากผายปอดอีกครั้ง ฝากห้วงลมหายใจให้ผ่านเข้าไปถึงส่วนปอด หยิบยื่นกระแสอบอุ่นให้ซึมซับลงไปทั่วทุกอณูผิว ยุนโฮหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปจนแน่นอกก่อนจะส่งอ็อกซิเจนเข้าไปในร่างอย่างต่อเนื่อง เส้นเลือดที่ข้างขมับเต้นตุบๆจนเริ่มเวียนหัวมากขึ้นทุกนาที เมื่อเขาออกแรงหนักหน่วงไม่เว้นจังหวะจนระบบการทำงานของเขาเริ่มปรับตัวไม่ทัน แต่แม้ดวงตานั้นจะพร่าเลือน เขาก็ยังไม่มีความคิดที่จะล้มเลิกการยื้อชีวิตของร่างบางไว้




"แฮ่ก...แฮ่ก...."




"..." เรียวคิ้วที่เรียบตึงมาตลอดเร่มขยับเข้าชนกันพร้อมกับเปลือกตาบางที่กระสับกระส่ายน้อยๆ ยุนโฮเห็นแบบนั้นก็เร่งจังหวะผายปอดให้ถี่รัวขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ามือที่วางขนาบมือของอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกว่าปลายนิ้วที่นอนนิ่งมาตลอดนั้นกำลังค่อยๆกระตุกขึ้นลงเบาๆ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้สิ่งที่อยู่ใต้หน้าอกข้างซ้ายรู้สึกมีแรงขึ้นมา และในครั้งสุดท้ายที่หนักหน่วงมากที่สุดนั้นเอง หน้าอกนุ่มนิ่มที่ไร้การตอบสนองมานานก็กลับมากระเพื่อมรับอากาศเข้าไปอีกครั้ง พร้อมกันกับที่ริมฝีปากอวบอิ่มสำลักเอาน้ำออกมาจากปอดจนท่วมตัว




"แจจุง! พระเจ้า..นายฟื้นแล้ว!" แขนแกร่งรีบยกร่างบางที่ยังคงระบายน้ำออกมาไม่หยุดขึ้นมากอดแนบอก ฝ่ามือสั่นเทาลูบเลื่อนไปตามเรือนผมเปียกชื้น ฝังใบหน้าที่เหยียดยิ้มกว้างทั้งน้ำตาลงซุกกับเนินไหล่กระตุกสั่นของอีกฝ่ายอย่างชื้นใจ เพราะไม่ใช่แค่แจจุงเท่านั้นที่กลับมาหายใจอีกครั้ง แต่ยังรวมถึงหัวใจของร่างสูงอีกด้วย




"แค่ก...คุณยุนโฮ...อึ่ก..แค่ก..." เสียงหวานเรียกชื่อได้สองคำก็ขย้อนของเหลวตามออกมาใส่สูทสีดำจนเปียกโชกไปถึงเสื้อตัวใน




"อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยแจจุง..." ยุนโฮเปลี่ยนเป็นสอดแขนเข้าไปใต้ร่างนั้นและช้อนตัวบางขึ้นมา ออกเดินไปไม่กี่ก้าว เข่าหนาก็ทรุดร่นลงชันกับพื้น ตากลมโตกระพริบถี่เพื่อปรับความเคยชินให้คุ้นเคยกับแสงภาพรอบตัว พร้อมกับเงยถามคนที่อุ้มตัวเขาไว้เป็นนัยๆถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ร่างสูงก็เลือกที่จะไม่ตอบอะไรและพยายามทรงตัวเดินออกไปจนถึงโซฟาตัวนุ่มกลางห้องนั่งเล่น




"นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ...เดี๋ยวชั้นไปเอาผ้าห่มมาให้" พูดจบก็เดินกะเผลกๆกลับไปที่ห้องนอน แจจุงยกสองมือขึ้นถูเข้าหากันแรงๆพร้อมกับเป่าลมใส่ ทั่วทั้งตัวยังคงไม่หยุดสั่นระริกด้วยความหนาวเย็นที่โอบอุ้มตัวเขาไว้ตลอดนั้นยังไม่เลือนหาย ใบหน้าหวานใสสะดุดกึกกับเงาลางๆบนจอพลาสม่าที่สะท้อนให้เห็นร่างเปลือยเปล่าของเขารวมทั้งรอยด่างช้ำที่ประปรายไปทั่วตัว จากที่ถูมือสร้างกระแสอบอุ่นก็เปลี่ยนเป็นปาดป้ายแรงๆไปตามผิวขาวของตัวเองอีกครั้ง และบางตำแหน่งก็แรงไม่ใช่น้อยจนเนื้อนิ่มหยุ่นหลุดออกมาเป็นแผ่นบางๆ แจจุงสะดุ้งเฮือกเมื่อท่อนแขนของเขาเปลี่ยนจากรอยแดงช้ำเป็นแผลถลอก และตอนนี้กลายเป็นว่าหนังชั้นนอกลอกหลุดออกมาจนเลือดซิบ




"แจจุงอ่า...วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ ..ห้ามทำร้ายตัวเองสิ..เฮ้ย. ." ร่างสูงที่เดินมาพร้อมกับผืนผ้านวมร้องเหวอเมื่อท่อนแขนขาวปรากฏแนวเลือดเป็นทางยาวขึ้นมา เขาทุ่มกองผ้าลงข้างโซฟาก่อนจะกระวีกระวาดมานั่งเช็ดบาดแผลนั้นด้วยสูทของตัวเอง แจจุงมองตาแป๋วเพราะชายเสื้อที่เอามาลูบผิวเขานั้นทั้งเย็นทั้งเปียก




"นายซาดิสต์หรือไง ทำไมชอบทำร้ายตัวเอง
?" ยุนโฮพูดยิ้มๆ จากที่ครุ่นเครียดมาพักใหญ่ก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับร่างกายที่มีลมหายใจของอีกฝ่าย คิดแล้วก็ยังอดรู้สึกโหวงๆข้างในไม่ได้ นี่ถ้าแจจุงเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงนะ? บางทีอาจจะนั่งร้องไห้ไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่ในห้องน้ำก็เป็นได้ เพราะแค่เมื่อกี๊ก็ทำเอาน้ำหูน้ำตาไหลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ...ดีจริงๆที่อีกฝ่ายยังอยู่กับเขา..




"ผมแค่เช็ดเท่านั้นเอง... แต่หนังมันหลุดออกมาเอง.." ร่างเล็กตอบเสียงอู้อี้ คงเป็นเพราะตัวเปื่อยจากการแช่น้ำนานละมั้ง ผิวเขาถึงได้อ่อนยุ่ยแบบนี้ ...เขาหันไปดึงกองผ้าห่มมาคลุมตัว ด้วยเหตุผลสองอย่าง...หนาวจนตัวสั่นและอายที่ต้องมานั่งตัวเปล่าหน้าเจ้าของห้องแบบนี้ ใจจริงอยากจะบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาแสบผิวไม่ใช่น้อยที่เจ้าตัวเอาแต่เช็ดไปเช็ดมาแบบนั้น แต่เมื่อเห็นสีหน้าตั้งใจของยุนโฮ คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ปลายลิ้นแทน




"ยังหนาวอยู่มั้ย แจจุง?"




"นิดหน่อยครับ..." เด็กหนุ่มตอบเสร็จก็ไอค่อกแค่กออกมาหนึ่งยก ร่างสูงถอดสูดตัวนอกวางพาดไว้บนโต๊ะตรงหน้าก่อนจะย้ายมานั่งบนโซฟาและยกร่างเบาหวิวของแจจุงขึ้นมานั่งบนตัก สองมือจัดชายผ้าให้ห่อรอบร่างเล็กจนมิดชิดพร้อมกับคล้องกอดรอบลำตัวและเกยคางลงบนเนินไหล่นั้นอย่างออดอ้อน




"แจจุงอ่า.. วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ "




"..." คนฟังเอนศีรษะลงพิงข้างซอกคอของฝ่ายหลัง ยกเรียวขาให้ขึ้นไปซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม ยุนโฮลูบแขนของแจจุงผ่านเนื้อผ้านวม




"ถ้านายเป็นอะไรไป ..ชั้นจะอยู่กับใครหละ
?"




"ลูกน้องคุณไง มีตั้งเยอะเยอะ"




"แต่ไม่มีใครเหมือนนายนี่นา.."




"..." แจจุงถูมืออยู่ใต้ผ้าห่ม ศอกเล็กๆกระทบกับหน้าท้องแข็งแกร่ง ร่างสูงเอียงคอพิงพวงแก้มของอีกฝ่าย เปลี่ยนจากลูบแขนมาเป็นถูผ้าห่มบริเวณฝ่ามือบางเพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นอีกแรง




"สัญญานะ ว่าจะไม่ทำอีก"




"..ทำไมต้องสัญญาด้วย"




"ก็เดี๋ยวนายทำอีกนี่นา..."




"ผมจะทำมันก็เรื่องของผม..." ปากแดงตอบเรียบๆ




"ความตายมันไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดหรอกนะ แจจุง"




"แต่ถ้าต้องอยู่อย่างไม่มีความสุข ..เป็นคุณ คุณจะเลือกอย่างไหนหละ
?"




"ชั้นเข้าใจ..."




"...คุณไม่เข้าใจหรอก" แจจุงพ่นลมหายใจออกมา มองดูเงาของตัวเองที่สะท้อนบนโต๊ะกระจก หน้าคมเลื่อนมาซุกอยู่ที่หลังท้ายทอยเห็นแต่เพียงเรือนผมสีน้ำตาลเงาที่โผล่เหนือเนินไหล่บางเล็กน้อย




"ชั้นเองก็ไม่ได้มีความสุขทุกวันหรอก ...แต่ก็เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป.. เพื่อสิ่งที่ชั้นรัก"




"..."




"เพื่อคนที่ชั้นรัก"




"แค่นี้เองหรือครับ
?" เสียงหวานพร่าจาง แจจุงเริ่มมองอะไรไม่เห็นเมื่อหยดน้ำเอ่อล้นจนท่วมม่านตาไปหมด เพียงแค่คำพูดสั้นๆทว่าเสียดแทงหัวใจจนสั่นสะเทือน




"แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรอ
?"




"..." คนฟังเม้มปากแน่นจนซีดเซียว ลมหายใจถี่กระชั้นจนตัวสั่น ยุนโฮตะกรองกอดร่างนั้นให้แน่นขึ้นอีกพลางพรมจูบอ่อนโยนไปทั่วเนินหลัง ถ่ายเทสัมผัสอบอุ่นให้อีกฝ่ายคลายหนาว




"อยู่ต่อไปเถอะนะแจจุง..เพื่อคนที่รักนาย..และคนที่นายรัก"




"ครับ..." เด็กหนุ่มพยักหน้าเร็วๆ ยกชายผ้าห่มให้ขึ้นมาหนุนอยู่บนเนินเข่าแล้วซุกหน้าลงไป




"หนาวหรอ แจจุง
?"




"..." ร่างเล็กส่ายหัว ...แค่ไม่อยากให้คนข้างหลังเห็นน้ำตา




"ผมนายยังเปียกอยู่เลย..." ยุนโฮลูบปอยผมที่ยังเย็นลีบเพราะชื้นน้ำ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าถ้าปล่อยให้ผมเปียกอยู่แบบนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ว่าแล้วก็จับตัวบางให้ขยับไปนั่งอยู่บนเบาะนุ่มของโซฟา แล้วเดินกลับเข้าไปทางห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง เขากลับมาพร้อมไดร์เป่าผมสีดำวาว วางมันไว้บนโต๊ะแล้วก็ไปทำอะไรกุกกักๆอยู่ในครัว




แจจุงเอื้อมมือออกไปหยิบไดร์ขนาดกะทัดรัดขึ้นมาพลางกดปุ่มเปิด แต่ก็เพราะยังไม่ทันได้เสียบปลั๊ก ทำให้เขาได้แต่แกว่งไปแกว่งมาอยู่ในมือแบบนั้น ขาเพรียวเหยียดยื่นจากใต้ผ้าห่มเพียงเล็กน้อย แม้จะอยากนั่งในท่าที่สบายกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากเสียจิตกับรอยมลทินที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง จึงเลือกที่จะซุกตัวปิดมันไว้แบบนี้ดีกว่า




ตากลมโตทอดมองออกไปแสนไกล แต่ก็ติดอยู่ที่ฝ้าเพดานสีครีมที่โอบล้อมรอบตัวไว้อยู่ หน้าต่างบานยาวใหญ่ที่เห็นอยู่ข้างผนังก็ถูกปิดกั้นด้วยผ้าม่านที่คลุมสนิทถึงขอบพื้น ไม่ว่าจะหันไปทางใดก็เห็นแต่บรรยากาศที่ต่างจากทุกๆวันของเขา อยากเห็นท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปตามช่วงเวลา คิดถึงสายลมเย็นสบายที่พัดแผ่วเข้ามาลูบผิว คงเพราะเขาไม่ชินกับการอยู่ในห้องแบบนี้ด้วยละมั้งถึงได้รู้สึกไม่ใคร่สบายตัวซักเท่าไหร่




แจจุงเอนหัวพิงพนักโซฟา กอดร่างกายตัวเองที่เริ่มกลับมาสั่นน้อยๆอีกครั้ง เปลือกตาบางแนบสนิทลงพักผ่อน ได้ยินเพียงสุ้มเสียงลางเลือนที่แว่วมาจากทางห้องครัว ...อยู่เพื่อคนที่รักเราอย่างงั้นหรอ ทำไมเขาถึงได้หลงลืมไปได้นะว่ายังมีครอบครัวของเขาอีกคนอยู่ แย่จริงๆ...ถ้าจุนซูรู้ว่าเขาทำแบบนี้คงจะเสียใจมากแน่ๆ เขานี่มันเห็นแก่ตัวจริงๆที่คิดจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ทิ้งน้องชายให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว...




ขอโทษนะจุนซู... แต่ต่อจากนี้ขอสัญญาว่าจะไม่คิดสั้นแบบนี้อีก




พี่จะไม่ลืมอีกว่ายังมีคนที่รักพี่มากที่สุดอยู่อีกคน




เสียงแรงลมได้ยินชัดเจนที่ริมหู แต่แจจุงยังคงรู้สึกสบายกับการหลับตาและซึมซับบรรยากาศรอบตัวด้วยการจินตนาการ ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามเรือนผมสีรัตติกาลพร้อมกับเสยไปมาทั่วทั้งศีรษะ ลมอุ่นๆจากไดร์เป่าผมวนย้ายไปมาเพื่อกระจายความร้อนให้คลอบคลุมทุกบริเวณเปียกชื้น ยุนโฮนวดมืออีกข้างไปตามลำคอขาวนุ่ม มองดูแพขนตางามงอนและพวงแก้มสีกุหลาบที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งจากแรงเลือดที่สูบฉีดภายในตัว กลิ่นหอมหวานของเครื่องดื่มที่ลอยยั่วยวนอยู่ตรงปลายจมูกทำให้ร่างเล็กค่อยๆปรือตาขึ้นมา




"อร่อยนะแจจุง" เด็กหนุ่มยกมือขึ้นรองก้นแก้วอุ่นๆ ให้ฝ่ายหลังวางมันบนมือของเขา ร่างสูงขยับมานั่งที่แขนโซฟา สางผมที่พันกันยุ่งเหยิงที่ด้านขวาออก มองดูท่าทางอึกอักของอีกฝ่ายที่เอาแต่ชนปากตัวเองกับขอบแก้วไปมาแต่ไม่ยอมดื่มเสียที




"ร้อนไปหรอ
?"




"คุณก็รู้...ว่าผมไม่ชอบกินนม"




"นี่นมช็อกโกแลตนะ ไม่ใช่นมสด" ยุนโฮว่า




"มันก็นมเหมือนกันนั่นแหละ" แจจุงบ่นงึมงำ แต่ก็ยังถือแก้วไว้ไม่ยอมปล่อย




"นมอุ่นๆกินแล้วจะได้รู้สึกสบาย กินๆไปเถอะ ชั้นอุตส่าห์ไปชงให้น้า"




"งั้นผมกินนิดเดียวพอ" พูดจบก็ยกนมขึ้นดื่ม กลืนลงคอสองสามอึกก็กลับไปถือนิ่งๆตามเดิม ถึงจะกินแล้วอุ่นท้องแต่เพราะรู้สึกไม่ชอบยังไงก็ไม่ไหวอยู่ดี ร่างสูงมองดูปฏิกิริยานั้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะเลื่อนมายืนข้างหน้าเด็กหนุ่ม เป่าปอยผมด้านหน้าที่ยังมีปลายลีบแบนอยู่ แจจุงเขย่านมในแก้วไปมา




"ไม่ชอบแต่ก็ถือไม่ยอมปล่อยเลยนะ" เสียงทุ้มกล่าวแซว กดเร่งแรงลมใส่หน้าผากนั้นหนึ่งทีจนผมเป๋ไปคนละทาง




"ก็ถือแล้วมันอุ่นๆมือดี"




"เอาหละ ผมแห้งแล้ว" ยุนโฮหย่อนตัวลงนั่งบนโต๊ะกระจก มองดูปลายเท้าที่โผล่พ้นชายผ้าห่มออกมาก่อนจะแตะลงบนผิวเย็นแล้วกดเป่าลมอุ่นๆใส่ แจจุงหัวเราะคิกคักด้วยความจั๊กกะจี้




"ทำอะไรหนะ
?"




"ตัวนายยังเย็นๆอยู่เลย ใช้ไดร์เป่าจะได้อุ่นขึ้นไง" ร่างสูงตอบติดตลก ขยี้เรือนผมสีดำสนิทของคนตรงหน้าประกอบไปด้วย




"ก็ดีนะ...อุ่นดี" แจจุงอมยิ้ม ปล่อยให้เจ้าของห้องเป่าลมร้อนใส่ผิวเนื้อไปเรื่อยๆ ไล่ตั้งแต่ปลายเท้าทั้งสองข้างไปตามแนวน่อง ร่างบางเหยียดขาออกมาอย่างสบายตัว ยกแก้วนมขึ้นดื่มไปด้วยทีละนิดๆ ให้ความอบอุ่นไหลเติมเข้าไปข้างในไปพร้อมๆกับร่างกายภายนอกที่กำลังกลับมาอยู่ในอุณหภูมิปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ยุนโฮลูบมือไปตามผิวนุ่มแผ่วเบา จัดให้ขาขาววางพาดลงบนตักของเขา เลื่อนชายผ้าห่มให้แหวกขึ้นสูงไปเรื่อยๆจนถึงหน้าสะโพก




สองสายตาสอดประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย แจจุงกำรอบหูแก้วแน่น แช่รสชาติหวานคอไว้ที่ริมฝีปาก แม้จะไม่พูดอะไรแต่ร่างสูงรู้ดีว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร กับรอยมลทินที่เริ่มปรากฏขึ้นตามโคนขาอ่อน ยุนโฮเลื่อนไดร์เป่าผมไล้ลมไปตามผิวเย็น ปลายนิ้วสัมผัสลงบนแต้มด่างแดงที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของการถูกล่วงเกิน ความรู้สึกนั้นหล่นวูบไม่ต่างจากเจ้าของร่าง




"มันสกปรกใช่มั้ย คุณยุนโฮ
?"เสียงใสถามขึ้นอย่างปวดใจ พลางจับปลายผ้านวมให้ร่นลงไปบังสายตาของอีกฝ่ายแต่ร่างสูงกันมันไว้




"ไม่เลย...สำหรับชั้นมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย"




"แต่มันฆ่าผมทั้งเป็น" แจจุงกลืนรสนมลงคอ เสี้ยวนาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนร่างกายชาเฉยเสียจนไม่รู้สึกพะอืดพะอมกับของเหลวที่ไหลเข้าไป




"อย่าคิดมากเลยแจจุง.." ยุนโฮพยายามเลื่อนไดร์เป่าให้สูงขึ้นไปอีก แต่ก็ติดที่ความยาวนั้นไม่สามารถขยับไปได้มากกว่านั้น ดวงตาสีน้ำตาลเงยหน้าขึ้นมองสองมือสั่นเทาของอีกฝ่าย พลางลูบผิวนิ่มนั้นอีกครั้งอย่างปลอบประโลม




"ย..อย่าจับมันเลยครับ.."




"..." ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนลงต่ำจนแนบกับโคนขา ริมฝีปากนุ่มหยุ่นทาบจูบไปตามรอยแดง แผ่วเบาราวปีกผีเสื้อทว่าสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดให้เจ้าของร่างจนตัวเกร็ง แจจุงเลื่อนมือมาจับแน่นที่หัวไหล่ของยุนโฮ แววตาที่ช้อนขึ้นมองทำให้เขาหายใจผิดจังหวะ แม้จะไร้คำพูดทว่าสิ่งที่สื่อสารผ่านการกระทำนั้นแทนความหมายได้ชัดเจน




"ผมรู้สึกว่าตัวเองสกปรก.. "




"นายบริสุทธิ์เสมอสำหรับชั้น" ยุนโฮนั่งลงชันเข่ากับพื้น แทรกตัวกลางขาอ่อนสองข้างของร่างบาง ปลายนิ้วยกแตะที่ปลายคางมนสวย ไล้ผ่านไปถึงพวงแก้มที่เริ่มขับสีเลือดจนแดงซ่านทั่วทุกอณูผิว มืออีกข้างประคองไว้ที่ข้างคอ แจจุงหลับตาลงพริ้มเมื่อลมหายใจอุ่นๆของชายหนุ่มหลั่งรดลงบนหน้าผากของเขาจนมาถึงสันจมูก สองมือทำงานโดยอัติโนมัติ ยกขึ้นจับแน่นที่เสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณท่อนแขนของร่างสูง ทำท่าว่าจะยื้อแต่ก็ไม่แรงไปกว่าการกระตุกสองสามที เรี่ยวแรงที่คิดจะต่อต้านราวกับถูกปัดเป่าไปด้วยสัมผัสนุ่มนวลที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม




"ชั้นรักนายนะแจจุง"
เสียงทุ้มย้ายมากระซิบที่ริมหูก่อนจะกลับมาชนปลายจมูกเข้าหาเขา ร่างบางยังคงไม่กล้าเปิดเปลือกตาขึ้นมอง หัวสมองนั้นว่างเปล่าไปชั่วขณะ ได้แต่ปล่อยให้ยุนโฮพร่ำคำหวานป้อนเข้าใส่โสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำในห้องที่เงียบสงัด ริมฝีปากพรมจูบไปทั่วทั้งเนื้อผิว เชยชมทุกตารางนิ้วของอณูผิวเนียนละเอียดก่อนจะมาดื่มด่ำกับส่วนที่หอมหวานที่สุด กลีบปากนุ่มประทับลงบนเรียวปากอิ่มสีกุหลาบ แจจุงป่ายมือมายึดที่แผงอกแข็งแรง อกน้อยๆสั่นกระเพื่อมยามที่เขาพยายามเอียงหน้าหลบไปทางซ้ายทีขวาทีแต่จนแล้วจนรอดก็มาติดบ่วงของคนตรงหน้าจนได้ ...บ่วงที่รัดเขาไว้อย่างนุ่มนวล




"ชั้นรักนาย...ได้ยินมั้ย..ชั้นรักนาย..." ยุนโฮพึมพำราวกับต้องการตอกย้ำให้คำรักเข้าไปถึงหัวใจที่ตั้งกำแพงหนาขวางไว้อยู่ ร่างบางกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับลมหายใจ ริมฝีปากสัมผัสกับส่วนเดียวกันนับครั้งไม่ถ้วน เป็นไปอย่างเนิบนาบทว่าเนิ่นนาน คนหนึ่งเบียดชิดเข้ามาด้วยความโหยหา ในขณะที่อีกคนล่องลอยไปกับรสจูบที่พาให้มือไม้สั่นระริก มือหนาที่ตระกรองข้างคอยกใบหน้านั้นให้เชิดขึ้นอีกแล้วกดศีรษะของตนลงจนแนบเนื้อนิ่มให้มากขึ้น ลมหายใจผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะเดียวกัน




"ให้ชั้นรักนะ แจจุง.."




"อืออ..คุณยุนโฮ"
เสียงหวานพร่ำคราง เมื่อริมฝีปากของทั้งคู่ละออกจากกัน มืออุ่นเลื่อนไปจับที่ท่อนแขนบาง ค่อยๆรูดแนวผ้าห่มให้ร่นหลุดไปตามแรงโน้มถ่วง ผิวขาวจัดสว่างไสวอยู่ตรงหน้าทำให้ร่างสูงที่เลือดลมสูบฉีดขึ้นเรื่อยๆจนต้องกลืนน้ำลายลงคอ ทุกสัมผัสต่อจากนี้เขาต้องการให้มันดำเนินไปอย่างนุ่มนวล เพื่อทำให้อีกฝ่ายมั่นใจในคำรักของเขารวมทั้งเป็นการช่วยปลอบประโลมร่างกายที่เสียขวัญมานานให้เลิกยึดติดกับร่องรอยมลทินของคนอื่น




หน้าคมขยับมาฝังจูบที่ซอกคอในขณะที่นิ้วมือลงต่ำไปเบื้องล่าง เปิดทุกส่วนของร่างบอบบางให้ประจักษ์ต่อสายตาของเขาแล้วหยิบเอาแก้วกระเบื้องของนมอุ่นวางทิ้งไว้ข้างโซฟา แจจุงสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ามือเจ้าของห้องลูบเบาๆบนรอยแดงบริเวณหน้าท้อง แต่เมื่อยุนโฮพรมจูบลงทับผิวนั้น ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มก็แล่นจับไปทั่วทั้งกายและได้แต่นอนนิ่งให้ร่างที่สูงใหญ่กว่าทำหน้าที่ของตนไป ภาพในหัวขาวโพลนราวกับกำลังล่องลอยไปบนท้องฟ้า จุมพิตในแต่ละครั้งนั้นทำให้เห็นดวงดาราเปล่งประกายขึ้นตามเพดานสีครีมเบื้องหน้า ดวงตากลมโตที่ฉ่ำปรือเกิดจากส่วนผสมระหว่างความเพลิดพริ้งและกระหายใคร่รู้ในสัมผัสไม่คุ้นเคย




"นายสะอาด..บริสุทธิ์..ไปทั้งตัว.."




ชายหนุ่มฝังจูบบนรอยสุดท้ายที่อยู่ตรงขาอ่อน ไม่ได้ทำเพื่อสนองตัณหาตัวเองแต่เพื่อเยียวยาบาดแผลเหล่านี้ให้กลายเป็นความหอมหวานที่เกิดจากรสจูบของเขา ยุนโฮมองริมฝีปากที่ขบกันแน่นก่อนจะไล้มือลงไปที่กลางซอกขา แจจุงส่งเสียงครวญครางออกมาเบาๆเพราะปลายนิ้วเรียวยาวกำลังหยอกเย้าไปมาที่ส่วนอ่อนไหวของเขา มือบางเลื่อนลงจับที่ข้อมือของอีกฝ่ายแต่ก็โดนเจ้าของห้องแกะออกมาแล้วยกขึ้นจูบย้ำที่หลังมือ หน้าสวยเอียงซ้ายเอียงขวาไปตามอารมณ์ รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องแต่กลับหยุดไม่ได้ ..ไม่มีแรงแม้เแต่จะเอ่ยปากขอให้พอ




"ให้ผมรักนะคนดี..." ริมฝีปากนุ่มหยุ่นเลื่อนมาจูบที่ปลายยอดสีสวยสด แจจุงจิกปลายเท้าลงบนขอบโซฟา มือข้างหนึ่งถูกกอบกุมเอาไว้ ในขณะที่อีกข้างยกขึ้นก่ายหน้าผากตัวเองที่เริ่มรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาเพราะเลือดภายในกำลังปั่นป่วนไปหมด ลิ้นอุ่นละเลียดไล้ไปตามความยาว กลืนกินแอ่งน้ำหวานที่เริ่มไหลซึมออกมาอย่างไม่คิดรังเกียจ เด็กคนนี้สวยบริสุทธิ์ไปทั่วทั้งตัวจนเขาไม่อยากละเลยซักบริเวณแม้กระทั่งส่วนเร้นลับ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้กับเพศเดียวกันและเป็นครั้งแรกที่หัวใจรู้สึกถึงสิ่งทีเรียกว่า รัก อย่างทีไม่เคยเป็นมาก่อน




"ฮะ..ฮ้าา..อือออ.." ปากแดงหวีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อแต่ละจังหวะที่กำลังปรนเปรออยู่นั้นเร่งเร้าให้เขาไปถึงจุดสุดยอดจนตัวเกร็งเยือก ร่างสูงเห็นแบบนั้นก็ครอบครองทั้งหมดเข้าไปในปาก ฝ่ามือที่ประสานกันกับร่างเล็กถูกบีบจนแดง ยุนโฮดุนลิ้นอยู่แบบนั้นอีกไม่กี่นาที หยาดความใคร่ก็ทะลักหลั่งออกมาจนเปื้อนทั้งหน้าทั้งตัว ตากลมโตกระพริบปริบๆแล้วหันมามองหลักฐานของตัวเองที่ล้นเต็มอยู่ในฝ่ามือของร่างสูง




"ข..ขอโทษครับ...อ๊ะ..." ฟันขาวขบเข้าหากันในทันที หน้าสวยเอนลงไปซุกกับพนักโซฟา ปลายเท้าแถไปกลางอากาศก่อนที่ยุนโฮจะคว้าเอาไว้แล้วมาวางพาดลงบนบ่า ระดับใบหน้าของเขานั้นอยู่ตรงพอดีกับช่องทางด้านหลังของร่างเล็กรวมทั้งปลายนิ้วกลางเรียวยาวที่กำลังดันตัวเข้าไปสัมผัสกับความอ่อนนุ่มภายใน แจจุงจิกเล็บลงบนเนื้อโซฟาแน่นเสียจนน่ากลัวว่าอาจจะขาดติดมือขึ้นมาได้ ชายหนุ่มเปลี่ยนไปป้ายน้ำรักที่นองอยู่ตามตัวขึ้นมาแล้วสอดนิ้วเขื่องเข้าไปอีกครั้ง กลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บแต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ต้องเจ็บมากกว่านี้แน่นอน อาจจะเห็นแก่ตัวที่เขาอยากจะเข้าไปข้างในทั้งๆที่ร่างบางดิ้นเร่าแบบนี้ แต่ถ้าให้หยุดทำเขาคงเป็นฝ่ายลงไปดิ้นแทน




"ไม่เจ็บนะครับคนดี...แจจุงผ่อนคลายหน่อยนะ.."




"คุณยุนโฮ...อื้ออ..อึ่ก..." ตัวบางหอบหายใจจนตัวโยน ช่องทางที่บีบแน่นนั้นราวกับไม่เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน สวยไปทั้งตัวราวกับร่างจำแลงของนางฟ้าในฝัน บริสุทธิ์ทุกสัมผัสราวกับไม่เคยแปดเปื้อนมาก่อน ชายหนุ่มกัดฟันดันอีกนิ้วเข้าไปพร้อมกับเลื่อนหน้าไปประทับจูบลงบนปลายคางและพวงแก้มที่ขับเหงื่อออกมาราวกับเดินทางไกล ปากแดงอิ่มที่ทำหน้าที่รับอากาศเข้าไปและระบายไอร้อนออกมาทำให้เขาไม่คิดจะไปปิดกั้นมันไว้ แจจุงเปิดเปลือกตาฉ่ำปรือมองคนตรงหน้า รู้สึกไม่ดี แต่ร่างกายหยุดไม่ได้ อึดอัดจนแทบขาดใจแต่ไม่คิดที่จะออกปากห้าม




"ดีมากแจจุง...อย่าเกร็งนะ เดี๋ยวจะเจ็บ.." คนฟังพยักหน้าหงึกหงัก มองดูสีหน้าอดกลั้นของเจ้าของห้องที่ค่อยๆดันนิ้วที่สามเข้าไปหมุนวนภายใน เอวบางแอ่นบิดราวกับไม่มีกระดูก ยุนโฮมองดูเนินอกสีสวยส่ายส่อนไปมาไม่นานก็โน้มหน้าไปดูดกลืนราวกับทารกกระหายนม มืออีกข้างที่ว่างงานหันไปปลดกระดุมเสื้อตัวเอง เผยแผงอกแข็งแรงที่เป็นสีอมแดดเล็กน้อยเหมือนผิวผู้ชายทั่วไปแต่ก็เนื้อเนียนกว่าเพราะดูแลด้วยผลิตภัณฑ์ราคาแพง ก่อนจะต่ำลงไปที่ขอบกางเกง ถอดเข็มขัดและรูดซิปออก ปลดปล่อยส่วนแกนกายที่กำลังขยายใหญ่เต็มที่อย่างมีอารมณ์ออกมา เด็กหนุ่มเห็นสิ่งที่กำลังตั้งชันอยู่ตรงหน้าก็กลืนน้ำลายลงคอ กลัวว่าจะเจ็บเหมือนทุกครั้ง




"ไม่ต้องกลัวนะ แจจุง...ชั้นจะไม่ทำนายเจ็บ..ชั้นสัญญา.." ยุนโฮยกขาอีกข้างขึ้นพาดไหล่ ขยับนิ้วเข้าออกอีกสองสามทีก็เปลี่ยนมาชโลมความชุ่มชื้นที่ติดมือมาลงบนส่วนกลางของตน ร่างบางมองสิ่งนั้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ สองมือรีบยึดต้นแขนแข็งแรงไว้เมื่ออีกฝ่ายยันมันลงบนโซฟา ท่อนบนไถลพรืดลงราบเบาะนุ่ม สะโพกมนยกขึ้นแนบกับร่างกายของคนที่เป็นฝ่ายรุก ริมฝีปากได้รูปก้มลงแจกจูบไปทั่วหน้าผากชื้นเหงื่อ สองลมหายใจสอดประสานราวกับเป็นคนเดียวกัน ก่อนที่ส่วนร้อนจัดจะถูกส่งผ่านเข้าไปในช่องทางอบอุ่น สัมผัสลึกจนรู้สึกได้ถึงส่วนที่อยู่ภายในสุด ผนังอ่อนนุ่มโอบกอดเขาไว้เหมือนต้องการมากกว่านั้น




"อือ.. ฮึก.....อืออ.."
แจจุงหลุดครางออกมาไม่กี่คำก็โดนปิดด้วยปากของฝ่ายที่ขึ้นคร่อมอยู่ หน้าท้องเนียนเรียบเกร็งแน่นด้วยความอึดอัดเมื่อมีอีกอวัยวะหนึ่งใส่เข้ามาเติมเต็ม ความรู้สึกร้อนวาบแล่นจับไปทั่วทั้งกาย ระบายออกมาเป็นลมอุ่นๆรินรดบนผิวของกันและกัน ยุนโฮสอดแขนเข้าไปใต้แผ่นหลังลื่นเหงื่อ ดึงผืนผ้าห่มที่ขยุกขยุ้มเป็นก้อนโยนทิ้งออกไปข้างหลังโซฟาแล้วโอบให้ร่างบางขึ้นนั่งพิงหลังกับพนักนุ่ม เพื่อที่เขาจะได้ทำอะไรให้ถนัดยิ่งขึ้น และเมื่อองศาของการรองรับกำลังพอดี ชายหนุ่มก็โถมตัวเข้าหาในทันที เสียงครางดังอื้ออึงสลับกันอยู่ในลำคอของทั้งสองคน




มือเล็กปัดป้ายไปทั่วท่อนแขนลามไปถึงแผ่นหลัง ในขณะที่สะโพกหนาสวนเข้าออกเป็นจังหวะไม่หยุดหย่อน ตัวบางถลาขึ้นลงไปตามแรงกระแทก ไม่หักโหมจนถึงขั้นปวดหลังเพราะรู้สึกแต่ความวาบหวามที่ก่อตัวขึ้นมามากจนขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง ยุนโฮเปลี่ยนมาจูบที่ซอกคอ กระชับเอวคอดให้แนบเนื้อจนไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างซักนิ้วเดียวให้อากาศแทรกซึมเข้าผ่าน หยดเหงื่อไหลย้อนลงไปตามแนวกระดูกสันหลัง ปริ่มเอ่อบนซอกนิ้วของตัวประกันที่กางจิกเนื้อแน่นของเขาอยู่ กลิ่นกายหอมกรุ่นอบอวลอยู่ที่ไรผมและหลังใบหู ร่างสูงไซร้ปลายจมูกเก็บเกี่ยวทุกแห่งจนอารมณ์เตลิดไกล เร่งบดเบียดส่วนร้อนของตัวเองถี่ระรัว




"อาา...ชั้นรักนาย...แจจุง...รัก.." เสียงทุ้มพร่าเลือนอยู่ที่ริมหู คนฟังรับตาแน่นไปกับแรงถาโถมหนักหน่วงที่เป็นดั่งคลื่นกระทบฝั่ง ช่องทางที่บอบช้ำจากการถูกล่วงเกินในคืนก่อนเจ็บแปลบขึ้นมาเป็นระยะๆ แต่ความรู้สึกเสียวซ่านที่อยู่ในส่วนลึกกลับค่อยๆแทรกซึมขึ้นมาจนเขาหลงลืมมันไป ราวกับถูกดึงดูดให้ร่วมโลดแล่นไปกับเพลงตัณหาที่นุ่มนวลจนเพ้อละเมอ แจจุงได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มที่ครวญครางพลางพร่ำรักไม่หยุดหย่อน และเสียงสองเนื้อที่เสียดสีระหว่างกันเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด





"อ...อา..คุณยุนโฮ..อา.." ร่างบางครางหวานเมื่ออีกฝ่ายเร่งเครื่องไปพร้อมกับมือที่กอบกุมรอบส่วนอ่อนไหวของเขา สัมผัสถี่กระชั้นนั้นทำเอาหน้าอกกระเพื่อมสั่นไม่เป็นจังหวะ ยุนโฮหลับตาแน่นจนคิ้วขมวดเพราะรับรู้ถึงระดับอารมณ์ตัวเองที่กำลังไต่ตัวสูงขึ้นเรื่อยๆและเพื่อให้แน่ใจว่าร่างที่รองรับมาตลอดนั้นได้ไปถึงชั้นสวรรค์พร้อมๆกันกับเขาจึงต้องปรนเปรอเพิ่มด้วยส่วนหน้าไปด้วยกัน ผนังอ่อนนุ่มรัดรึงรอบความใหญ่โตที่ขยายตัวเต็มที่อย่างแนบแน่น ตอดรัดทุกสัดส่วนราวกับสิ่งมีชีวิตที่โหยหาเขามาตลอด สะโพกหนากระแทกเข้าลึกสลับกับโยกตัวออก ของเหลวขุ่นหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายจากปลายยอดสีสวยของแจจุงที่กำลังจะไปถึงบันไดขั้นสุดท้าย




"อ...อาา...แจจุง...อืมมม...."




ยุนโฮกอดรัดแผ่นหลังนั้นแน่นขึ้นอีกราวกับกลัวว่าทุกอย่างจะจบไปพร้อมกับเพลงรักหอมหวาน ซึมซับทุกความใกล้ชิดและสัมผัสที่ถ่ายเทให้แก่กันอย่างดื่มด่ำ พลางย้ำจูบอีกครั้งที่เนินไหล่ขาวนวล ปากแดงหวีดครางเมื่อกองเพลิงราคะได้ถูกราดน้ำมันจนลุกโพลงผลาญเผาทุกโสตประสาทให้ตื่นตัว ไม่ต่างจากร่างสูงที่ได้โดนแผดเผาด้วยไอรักไปทั่วทั้งร่างจนเกร็งเยือก ยุนโฮขยับตัวอีกสองสามครั้งก่อนจะถอนตัวออกมาพร้อมกับหยาดปรารถนาที่ท่วมท้นออกมาตามความยาว มือหนาที่เร่งส่วนหน้าของแจจุงเต็มล้นไปด้วยคราบน้ำนมของอีกฝ่ายที่นาทีนี้นอนหอบแฮ่กอย่างเหนื่อยอ่อน




ขาเพรียวถูกร่นลงระดับเดียวกับโซฟาก่อนจะหันให้ทิศทางของร่างนั้นหันไปตามแนวนอนของเบาะ ชายหนุ่มเปลี่ยนไปนั่งที่โต๊ะกระจก ปาดเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดซึมอยู่รอบดวงหน้าแสนสวยออกไปแล้วก้มลงประกบปากแดงกุหลาบ แจจุงปรือตามองดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่จับจ้องเข้ามาเหมือนจะอ่านใจเขาก่อนจะหันหน้าพิงกับผิวโซฟา ปล่อยให้เจ้าของห้องพรมจูบไปตามต้นแขน แม้จะเพลิดเพลินกับการถูกทำรักจนไม่อาจออกปากห้าม แต่เมื่อปลดปล่อยออกมาแล้วความรู้สึกบางอย่างกลับยังคั่งค้างอยู่ข้างใน




ความรู้สึกผิด...




"รู้สึกดีมั้ย แจจุง
?" คนถามเงยหน้าขึ้นมาจากเนินไหล่ รดลมหายใจอุ่นๆบนใบหู




"...ครับ"




"ชั้นรักนายนะ.." ยุนโฮหนุนหน้าพิงผิวเปลือยเปล่า ลูบไล้แผ่วเบาไปตามท่อนแขนแล้วไปจับที่นิ้วมือเรียวสวยพลางนวดคลึงไปมา ตาคมเลื่อนมองใบหน้าที่กลับมานิ่งเฉยนั้นอีกครั้ง โกหกเขาอีกหรือเปล่าว่ารู้สึกดี
? แต่นั่นกลับไม่สำคัญเท่าปฏิกิริยาชาเชือยที่มีให้คำบอกรักของเขา ในตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงกำลังสนใจอยู่กับอารมณ์วาบหวามจนไม่ทันได้พูดอะไร แต่มาจนถึงตอนนี้เขาก็เริ่มมั่นใจว่า ไม่ใช่ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเขาหรอก




...แต่ไม่สนใจเลยต่างหาก




"ชั้นรักนายจริงๆนะ...อยู่เพื่อชั้นนะแจจุง..." ร่างบางหันกลับมามองใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มจับมือนั้นแน่นแล้วฝังจูบนุ่มนวล ดวงตาสีรัตติกาลนั้นว่างเปล่าเหมือนกับยามราตรีที่ไม่มีดาวซักดวง แจจุงคลี่ยิ้มออกมาทั้งๆที่แววตานั้นมืดสนิท ปลายนิ้วของมืออีกข้างเลื่อนมาแตะลงบนผิวหน้าคมสัน ยุนโฮรีบจับมันไว้ราวกับสัมผัสนั้นเป็นดั่งตัวผีเสื้อที่โบยบินไปมาและกำลังจะจากเขาไป... มือนิ่มลูบไล้เพียงแผ่วเบาแต่เหมือนกับมีความรู้สึกหนักอึ้งตอกย้ำให้หัวใจยิ่งบีบแน่น ไร้ซึ่งคำพูดทว่าในความเงียบนั้นแว่วเสียงครางครวญก้องกังวาล




...แต่ผมรักคนอื่นอยู่








เข็มสั้นยังไม่ทันถึงเลขหกพอดีเลยเมื่อตอนที่จุนซูได้ยินเสียงไขกุญแจที่หน้าประตู เด็กหนุ่มขยับตัวจากหน้าจอทีวีหันไปมองบานไม้ที่ถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรงมากกว่าปกติ นึกดีใจที่วันนี้เก็บห้องทุกห้องเสร็จหมดแล้ว ไม่งั้นคงได้วิ่งวุ่นปวดหัวยกใหญ่แน่นอน น่าแปลกที่ร่างสูงกลับมาในเวลานี้ ปกติเห็นกลับมาหลังหกโมงทุกวัน ไม่งั้นก็ช่วงหนึ่งทุ่ม นอกจากจะปรากฏตัวในเวลาต่างจากหลายๆวันแล้ว ยังมาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่เหมือนกับวันอื่นๆด้วยเช่นกัน คิ้วเรียวขมวดแน่นมาแต่ไกล กระเป๋าเหล็กใบโตกระแทกลงกับพื้นดังปึงก่อนที่เจ้าตัวจะกึ่งลากกึ่งเตะมันเข้าไปในห้องนอน เสื้อสูทสีดำถูกถอดทิ้งแล้วโยนใส่โต๊ะไม้ที่ตั้งโคมไฟอยู่จนหกหล่นระเนระนาด




"ไง" ยูชอนยักไหล่เมื่อเดินออกมาแล้วเห็นตาเรียวเล็กมองตรงมาที่เขา ชายหนุ่มเกาหัวแกรกๆอย่างไม่ใคร่อารมณ์ดีแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดไวน์สีแดงสดออกมาพร้อมกับแก้วทรงสวย ลากเก้าอี้ของโต๊ะอาหารออกมาดังครืดแล้วทิ้งตัวลงนั่งเซ็งๆ จุนซูค่อยๆหรี่เสียงโทรทัศน์ลงก่อนจะตัดสินใจปิดทิ้งไปแล้วหันไปเกยคางดูใบหน้าที่อมสีแดงน้อยๆ เขาคิดว่าคงไม่ใช่เพราะเจ้าของห้องกำลังเมาแอลกอฮอล์หรอกแต่น่าจะเป็นเพราะอารมณ์ขุ่นเคืองข้างในมากกว่า




"วันนี้คุณยูชอนเลิกงานเร็วหรอครับ
?" ...บรรยากาศอึดอัดนั้นทำให้เด็กหนุ่มเอ่ยปากชวนคุยออกมา เผื่อว่ากลิ่นอายมาคุแปลกๆจะได้หายไปเสียที อยู่ร่วมห้องกับคนหัวเสียไม่ใช่เรื่องโสภาซักเท่าไหร่




"อืม" เสียงทุ้มตอบกลับมาสั้นๆ กระดกแก้วไวน์ขึ้นดื่มพลางหมุนตัวหันมาทางจุนซู




"ทำงานเป็นไงบ้างครับ
?"




"ก็ดี เหนื่อยดี" ยูชอนเอียงแก้วในมือไปทางซ้ายทีขวาที




"วันนี้ทำงานหนักหรือครับ
?"




"ไม่หนักเท่าไหร่หรอก แต่น่ารำคาญ ยุ่งยาก ต้องมาจัดการหน้าที่คนอื่น"




"..." จุนซูขยับไปชิดอีกฟากเมื่อร่างสูงเดินมานั่งลงบนโซฟา กระแทกขวดไวน์กับแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังเสียจนเขาสะดุ้งตัวขึ้นมาอย่างตื่นตกใจ ยูชอนยกมือขึ้นนวดเนินไหล่ของตนก่อนจะหันหลังให้เด็กหนุ่มแล้วกระดิกนิ้วเรียก




"นวดหลังให้ชั้นหน่อยสิ"




"ครับ" ร่างเล็กพยักหน้าพร้อมกับขยับมานั่งใกล้แผ่นหลังแข็งแรง วางมือลงบนเนินไหล่ได้รูปที่เต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแล้วออกแรงนวดเบาๆไปตามเชิงสัน สลับกับเน้นปลายนิ้วบดคลึงไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มหมุนคอคลายเมื่อยให้ตัวเอง หันไปรินไวน์แดงใส่แก้วแล้วก็ยกขึ้นจิบอีก




"แล้ววันนี้นายเป็นไงมั่ง
?"




"ก็ดีครับ"




"เหนื่อยมั้ย
?"




"นิดหน่อยครับ" จุนซูตอบตามความจริง แค่ปัดกวาดเช็ดถู เมื่อยแป๊ปเดียวก็หาย งานประจำที่ผลาญพลังงานมากที่สุดคือตอนทำกับเจ้าของห้องนั่นแหละ




"นวดลงไปข้างล่างหน่อย" ยูชอนชี้นิ้วในตำแหน่งที่ต่ำลงไปบริเวณบั้นเอว ร่างเล็กได้ยินก็เลื่อนมือไปตามคำสั่ง กดจุดวนไปวนมาแบบไม่ค่อยชำนาญนัก ตากลมสะดุดกับรอยด่างแดงที่ขึ้นสีจางๆอยู่ประปรายตามผิวผ้า มองเพ่งไม่นานก็คิดว่าคงไม่พ้นเป็นรอยเลือด เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอแต่ก็ทำเป็นไม่เห็นอะไร




"วันนี้ชั้นเหนื่อยชิบ เข้าๆออกๆบ่อนเป็นสิบรอบ แค่บอสหยุดงานวันเดียวำไม่คิดเลยว่าจะวุ่นวายขนาดนี้"




"บอสคุณให้คุณทำงานแทนหรอครับ
?"




"นิดหน่อยหนะ"




"แสดงว่าเขาไว้ใจคุณพอสมควรนะครับ"




"ชั้นกับบอสหนะสนิทกัน ทำงานด้วยกันก็สบายใจ แต่กับคนที่ไม่ชอบหน้านี่สิ ยิ่งเกลียดยิ่งเจอก็ยิ่งเซ็ง" ร่างสูงบ่นงึมงำ ไวน์ถูกเติมซ้ำแล้วซ้ำอีกจนพร่องไปเกือบหมดขวด




"..."




"แม่งกัดเก่งยังกับหมา อุตส่าห์คุยดีๆด้วยก็มาโวยวายใส่ แม่งน่ายิงทิ้งชิบหาย"




"คุณก็เป็นมือปืนนี่นะ" จุนซูนวดคลึงไปเรื่อยๆ มองดูใบหูของอีกฝ่ายที่เริ่มกลายเป็นสีแดงเหมือนพวงแก้มและลำคอ




"เป็นมือปืนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยิงใครก็ได้นี่นา ชั้นมีบอส ไม่ได้ทำงานอิสระ จะทำไรก็ต้องรอคำสั่ง... ไม่งั้นมันเสร็จชั้นตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว...แม่ง..เซงงง.."




"เอาเถอะครับ เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าคิดมากเลย"




"เมื่อก่อนบอสเคยบอกชั้นว่าชั้นไม่เหมาะกับงานนั่งโต๊ะ ดูเอกสาร คุมเรื่องงาน ช้านก็เถียงอยู่ในใจ แต่ตอนนี้เข้าใจล๊ะ... ดีจริงๆที่ให้ไอ้ชางมินเป็นคนทำ เพราะแค่นี้ช้านก็แทบปวดหัวจาตายอยู่แล้ว" มือหนายกขึ้นถูขมับ ร่างเล็กรู้สึกว่าเจ้าของห้องเริ่มตัวอ่อนมากขึ้นทุกที และในบางครั้งเขาถึงกับต้องใช้มือยันหลังของอีกฝ่ายไว้ ไม่ให้ล้มลงมาทับเขา




"คุณยูชอนเมาแล้วนะครับเนี่ย"




"ม่าย ม่ายมาว.." ฟังแค่สำเนียงที่ตอบกลับมาก็รู้ได้ในทันที แต่เจ้าตัวยังคงปากแข็งแถมยังยกไวน์ดื่มตามอีกอึกใหญ่




"ไม่เมาก็ไม่เมา...แต่ผมไม่นวดแล้วนะ คุณนอนก่อนเถอะ" พูดจบก็หยุดมือลงแล้วขยับออกมายืนหน้าโซฟา จับแผ่นหลังแข็งแรงให้เอนลงนอนกับเบาะ ยูชอนแกว่งแก้วไปมาเมื่อขอเติมอีกแต่ร่างเล็กส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ กลิ่นแอลกอฮอล์เริ่มลอยขึ้นฉุนจมูก




"พรุ่งนี้น่าจาเปนงานศพมัน... ช้านจะซื้อพวงหรีดสวยๆไปให้มันร้อยอันเลยยย"




"..." จุนซูยื้อแก้วที่จวนเจียนจะหลุดมือออกมาจากร่างสูง แล้วเก็บรวบไปพร้อมกับขวดไวน์ กำลังหันหลังว่าจะเดินไปวางของในห้องครัวก็โดนฝ่ามืออุ่นๆคว้าตัวไว้พร้อมกับดึงลงไปกอด สะโพกกลมนั่งจุมปุกลงบนเบาะนุ่ม น้ำแดงหกรดปากจนต้องรีบสำลักออกมาเพราะความไม่คุ้นเคย มิกกี้ได้ยินเสียงค่อกแค่กก็ล้วงนิ้วเข้าไปในปากอวบอิ่ม หยอกล้อกับปลายลิ้นให้ต้องกลืนรสแอลกอฮอล์ลงคอเข้าไป




"ไวน์หนะ หร่อยจะตาย ลองกินดูสิ" ร่างสูงดึงขวดไวน์ออกมามือเล็ก แย่งเอาแก้วใสคืนไปแล้วก็เอี้ยวตัวไปวางไว้ตรงพื้นข้างโซฟา จุนซูหายใจฮึดฮัดเพราะปลายนิ้วเรียวยาวยังคงไม่หยุดคว้านเล่นอยู่ในโพรงปาก จะพูดอะไรก็ไม่ถนัดได้แต่มองค้อนผ่านสายตาให้อีกฝ่ายต้องหัวเราะร่วนออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นล็อกแขนข้างหนึ่งไว้กับคอเขา ในขณะที่อีกมือกระเทาะฝาขวดออก โคลงหยดน้ำสีโลหิตที่เหลืออยู่เล็กน้อยให้เข้ากันแล้วนำมาจ่อที่ริมฝีปากแดงเชอร์รี่ เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแกะแขนแกร่งที่ยึดเขาแน่นแนบอยู่กับแผ่นอกของยูชอนที่นาบหลังเขาอยู่ ใกล้กันเสียจนได้กลิ่นแอลกอฮอล์เต็มจมูก




"จะทำอะไรหนะ คุณยูชอน คุณเมาอยู่นะ" หน้าใสแหงนขึ้นมองดวงตาเจ้าเล่ห์ที่เปล่งประกายวาบวามออกมา นี่ขนาดเมาจนพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วยังคิดจะเล่นแรงกับเขาอีก




"จะให้ชิมไวน์ไง อ้าปากเร็ว" มือกร่างขยับมารวบที่คางมน บีบสันกรามนุ่มนิ่มให้เผยอปากตามคำสั่งของเขา จุนซูขมวดคิ้วนิ่ว ถ้าเป็นนมแบบคราวก่อนก็ไม่ว่าอะไรแต่นี่เป็นเครื่องดื่มมึนเมาที่เขาไม่เคยแตะมาก่อนเพราะวัยไม่ถึง ..อะไรจะเอาแต่ใจแบบนี้




"ผมเพิ่งอายุสิบห้าเองนะ กินไม่ได้หรอก"




"สิบห้งสิบห้าอะไรกัน นายหนะโตแล้วนะ ดูสิ โตใหญ่แล้ว.." เสียงทุ้มพร่าแหบอยู่ที่ริมหู ยูชอนขบลงเบาๆที่พวงแก้มพลางไล้มือต่ำลงไปที่สัดส่วนของอีกฝ่าย ลากขวดเย็นผ่านไปตามเนินอกที่กำลังหอบสั่น เรื่อยลงจนถึงหน้าท้องแบนราบ เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ายหลังรีบร้อนปลดกางเกงยีนส์ของเขาออกอย่างไม่ทันตั้งตัว สะโพกมนถูกจัดให้นั่งคร่อมอยู่บนเรียวขาแข็งแรง สิ่งที่รุกเข้าไปใต้ชั้นในตัวบางคือบางอย่างที่ต่างไปจากทุกวัน




"คุณเมาอยู่นะ นอนพักเถอะ..." ฟันขาวขบลงบนกลีบปาก เมื่อเนื้อแก้วเย็นเยียบของขวดไวน์ถูไถไปมากับส่วนอ่อนไหวของเขา แขนแกร่งที่ล็อกรอบคอแน่นค่อยๆคลายออกแล้วสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อสีน้ำเงิน ปลายนิ้วสะกิดยอดอกทั้งสองข้างเล่น จุนซูบิดตัวเร่าๆ เอนศีรษะพิงไปบนเนินไหล่ปล่อยให้เจ้าของห้องเชยชมร่างกายของตัวเองตามหน้าที่ของตน แม้จะไม่เต็มใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายต้องการ เขาก็ขัดไม่ได้




"ให้ชั้นนอน กว่าจะตื่นก็พรุ่งนี้เช้านะ เดี๋ยวนายก็ขาดรายได้พอดี"




"อื้อออ...อืออ..ฮ้าาา.."
หน้าหวานส่ายสะบัดไปตามจังหวะที่ปรนเปรออยู่เบื้องล่าง ยูชอนราวกับจงใจแกล้งให้เนื้อร้อนนั้นตื่นตัวขึ้นมาแต่ไม่ยอมทำอะไรเสียทีนอกจากขยับขวดแก้วขึ้นลงสลับกันไป เด็กหนุ่มตัวเกร็งเพราะอุณหภูมิที่ตัดกันคนละขั้วนั้นบาดผิวให้รู้สึกรัญจวนจนแทบขาดใจ มือหนาจับให้ขาเรียวแยกห่างออกจากกัน ถอดกางเกงที่ค้างคาอยู่ให้ลงกองอยู่บนพื้นแล้วกระชับเอวนั้นให้แน่นเพราะกลัวว่าร่างอ่อนปวกเปียกนี้จะไถลพรืดไปนอนตามเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งไป




"อ้าขากว้างๆหน่อยสิ"




"จะทำอะไรหรอครับ..อึก..อือ..." แม้จะถามแต่ก็ทำตามอย่างเชื่อฟัง จุนซูแยกท่อนขาออกห่าง วางปลายเท้าลงบนโต๊ะเพื่อดันตัวเองอีกแรง เปลือกตาหลับพริ้มเอนซบบนเนินไหล่ได้รูป ลมหายใจขาดห้วงเมื่อรู้สึกถึงไอเย็นที่ชำแรกเข้ามาในตัว สะโพกมนผวาแอ่นแต่ก็ได้แค่บิดไปทางซ้ายทีขวาทีเพราะโดนล็อกเอวไว้อยู่ เม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาตามไรผมจนชื้นหลัง แม้จะไม่ได้ชะโงกหน้ามองสิ่งที่กำลังรุกเร้าอยู่ในตัว แต่ก็มั่นใจว่าคงไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากคอขวดไวน์ที่สวนเข้ามาถี่ระรัวจนน้ำแดงสีสดหกรดจนนองเต็มพื้น




"อร่อยมั้ย จุนซู?"




"ไม่รู้..ฮ้าา..อาา..ไม่รู้ครับ..." ปลายเล็บจิกแน่นบนเนื้อโซฟา สัมผัสแปลกใหม่ที่ยัดเยียดเข้าใส่นั้นทำให้หัวสมองมึนตื้อไปหมด เย็นวาบราวกับโดนจับแช่อยู่ในน้ำแข็ง แต่ก็รุ่มเร้าราวกับโดนแผดเผาด้วยกองเพลิง ช่องทางรักหดเกร็งสลับกับผ่อนคลายเหมือนกับกำลังดื่มด่ำรสชาติแอลกอฮอล์ ของเหลวสีโลหิตละเลงเปื้อนไปทั่วผิวขาวไม่ต่างจากปากทางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องดื่ม เนื้อนิ่มโดนเสียดสีนับครั้งไม่ถ้วน




"ไม่รู้จริงๆหรอ
? ทั้งๆที่นายกินจนหมดขวดเลยเนี่ยนะ" ยูชอนเลียริมฝีปากก่อนจะดึงปลายขวดที่โดนดูดกินจนว่างเปล่าออกไปแล้วดันให้กลิ้งก๊องแก๊งไปตามผิวพื้น จุนซูถูกจับให้หันมานั่งคร่อมสะโพกหนา ประจันหน้ากับดวงตากรุ้มกริ้มที่ร้องขอการกระทำที่มากกว่านั้นจากเขา มือกร่างลูบเข้าไปใต้เสื้อยืดพร้อมกับดึงมันออก เผยให้เห็นยอดอกสีหวานฉ่ำที่เชิญชวนให้ลิ้มลอง ส่วนแข็งขืนที่ถูกปกปิดอยู่ใต้กางเกงสีดำสนิทยกขึ้นดุนดันช่องทางด้านหลังของเด็กหนุ่ม ร่างเล็กครางหอบพร้อมกับเลื่อนมือลงไปปลดปล่อยส่วนสำคัญออกมา




"จะให้ผมออนท็อปหรอครับ
?"




"อืม วันนี้ชั้นอยากนั่งเฉยๆมากกว่า เหนื่อยหนะ" คนฟังห่อปากเล็กน้อยเมื่อได้ยิน นี่ขนาดเหนื่อยยังเล่นซะเขาเข่าอ่อน แต่ก็อย่างว่าแหละ ถ้าเป็นเหมือนทุกๆวันป่านนี้เขาคงโดนทำตั้งนานแล้ว จุนซูยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจับให้ส่วนร้อนจัดของอีกฝ่ายจดจ่ออยู่ตรงปากทางรัก กดบั้นท้ายลงช้าๆจนแนบไปกับหน้าขาแล้วเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นลงเป็นจังหวะ เจ้าของห้องลูบมือไปตามผิวขาวชื้นเหงื่อ สัมผัสตั้งแต่ยอดอกนุ่มหยุ่นลงมาตามเอวคอดที่ไม่ต่างจากผู้หญิงแล้วแว่บไปตะปบที่เนินเนื้ออวบอิ่มที่กำลังโลดแล่นไม่หยุดหย่อน




"เร็วกว่านี้หน่อย" เด็กหนุ่มพยักหน้าเบาๆแล้วเร่งแรงขึ้นอีก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวาลในห้องที่มีเพียงเขาสองคน แขนเพรียวเท้าลงบนพนักโซฟา ยกตัวขึ้นจนเกือบสุดแล้วเบียดลงไปจนท้องแน่นวาบ ปากแดงเผยอหอบระบายไอร้อนที่คุกกรุ่นอยู่ข้างในออกมาปะปนไปพร้อมเสียงคราง ดวงตาปิดสนิทเห็นแต่เพียงความมืดที่พาให้เขาจินตนาการถึงเรื่องอื่นที่โสภามากกว่านี้ ยูชอนทาบริมฝีปากลงดูดดึงที่แต้มสีสด ดึงให้สตินั้นกลับมาและโยกโยนสะโพกให้ถึงใจมากขึ้นอีก




"อ..อ.าา..อาา.."




"อืมม...ดี..ดี..."
ร่างสูงกล่าวชม ขยำมือบีบเนื้อแน่นจนเป็นรอยนิ้ว ซึมซับความรู้สึกเสียวซ่านที่ก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผนังอ่อนนุ่มตอดรัดเขาแนบแน่นราวกับกำลังรีดความอดกลั้นไปจากเขา สองสัดส่วนที่มีขนาดต่างสอดประสานกันอย่างลงตัว ถ่ายเทความร้อนผ่านผิวเนื้อจนร่างกายเกร็งแน่นจวนเจียนจะระเบิด ชายหนุ่มจับเอวนั้นแล้วเร่งให้ส่วนกลางของตนสวนขึ้นนาบผิวนิ่มถี่ระรัว จุนซูตัวโยนจนหัวสั่นคลอน ปรือตามองเพดานเบื้องบนที่พร่าเลือนขึ้นทุกจังหวะ สองแขนเลื่อนลงคล้องรอบคอของอีกฝ่ายอย่าลืมตัว




"อาา...อืมม..อืออ.." มิกกี้กัดฟันก่อนจะกระแทกแรงใส่ครั้งสุดท้ายแล้วปลดปล่อยออกมา ของเหลวอุ่นร้อนไหลย้อนลงมาตามแรงโน้มถ่วงเมื่อเด็กหนุ่มถอนสะโพกออกไป เปรอะเปื้อนเป็นทางยาวและบางส่วนก็ลงไปสมทบกับน้ำไวน์สีแดงบนพื้น ร่างเล็กยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่รื้นขึ้นทั่วหน้าออกพลันสะดุดกับเรียวนิ้วของอีกฝ่ายที่กำลังลูบไล้ไล้ไปในทางเดียวกัน ตากลมมองฝ่ามือที่เคลื่อนมาเสยปอยผมของเขาขึ้นไป เสี้ยวนาทีนั้นเขาหลับตาลงแผ่วเบาแต่แล้วก็ปัดการกระทำนั้นออกลุกเดินจากไป ฉวยหยิบเสื้อยืดขึ้นมาสวมพร้อมกับกางเกง เก็บแก้วใสและขวดไวน์หายเข้าไปในห้องครัว เจ้าของห้องจัดการตัวเองจนเรียบร้อยก็นอนเหยียดยาวบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ เปลือกตาปิดลงพลางผ่อนลมหายใจให้สม่ำเสมอ




"พรุ่งนี้ชั้นไม่อยู่นะ"




"ครับ
?" จุนซูชะโงกหน้าออกมาจากตู้เย็น กลืนน้ำเปล่าลงคอแล้วก็เดินอาดๆมาหาคนที่นอนอยู่




"ต้องไปทำงานศพที่เปียงยาง นายอยู่คนเดียวก็ดูแลห้องให้ดีแล้วกัน"




"แล้วจะกลับมาวันไหนหรอครับ
?"




"ก็คงมะรืน ไม่รู้สิ แล้วแต่บอสชั้น" มิกกี้เกาพุง




"..ครับ"




"ห้ามทำตัวไม่ดีนะ"




"ทำตัวไม่ดีอะไรหละครับ.." เด็กหนุ่มนิ่วหน้า ข้องใจในคำพูด




"อะไรที่ชั้นห้ามก็อย่าทำ แค่นั้นแหละ"




"ครับ...คุณยูชอนอย่าลืมจดยอดให้ผมนะ"




"ขอบคุณครับ" จุนซูก้มหัวลงก่อนจะเงียบเสียงไป ปล่อยให้ร่างสูงเข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่คิดรบกวน มือน้อยขยับไปเสยเส้นผมที่ปรกระอยู่ข้างแก้ม แต่เพียงแค่ครู่เดียวก็รีบชักมือกลับเหมือนเดิม

...หวาดกลัวว่าความใกล้ชิดที่ไม่ยั่งยืน...จะทำให้ข้อห้ามที่บอกตัวเองมานานต้องพังทลายลงเพราะความรู้สึกเพียงชั่ววูบ


"เออๆ..ขอนอนก่อน ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ชั้นไม่งุบงิบตังนายหรอก"





*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

เนื้อหาตอนอื่นสามารถติดตามได้ที่ http://my.dek-d.com/writer/story/view.php?id=266931

ขอความกรุณาอย่าอ่านฟรีนะคะ ^_^






edit @ 2007/08/20 18:10:08
edit @ 2007/08/20 18:22:04

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากรู้จักว่าเมื่อไรแจของยุนจาเปิดใจวักทีน้า ทำไมเรื่องนี้มานเศร้าอ่ะ มีเพลงประกอบอยากจาร้องไห้ ฮึ้อออ.. แต่ยางงายก็ขอบคุนมากๆนะผู้แต่ง ที่อุสาห์เสียสละถึงขนาดออกไปแต่งนอกบ้าน อิอิ สนุกมากๆเลย อยากลืมแต่งต่อไปแลแต่งเรื่องใหม่ๆละ

#1 By por (203.209.90.68) on 2007-09-09 14:02

เนิบๆช้าๆแต่ได้อารมณ์ดี...ชอบอ่า

#2 By ... (222.123.208.77) on 2007-09-20 00:28

สงสารยุนโฮขึ้นมาทันที T_T
เมื่อไหร่แจจุงจะเปิดใจรับความรู้สึกที่ยุนมีให้ซะที

#3 By คิมแชยอน on 2008-04-09 17:04